“รักแรกหม่ำ” ขนมเค้กแสนอร่อยที่เชียงใหม่

เรื่องและภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์
Love At First Bite ถ.เชียงใหม่-ลำพูน ซอย 1 โทร.053-242-731


Click to enlarge

“ความรักเอย เจ้าลอยลมมาหรือไร มาดลจิต ดลใจเสน่หา” ท่วงทำนองเพลงเก่า ๆ แว่วหวานขึ้นมาชวนให้สงสัยว่าคนเราสามารถตกหลุมรักเพียงครั้งแรกที่พบเจอได้จริงหรือ? จนคำตอบมาเฉลยตอนที่ผู้เขียนอยู่เชียงใหม่ เมืองที่หลาย ๆ คนหลงรัก...บางคนแค่เพียงหนแรกที่มาเยือนด้วยซ้ำ!

ในวัย 14 ปีเด็กหนุ่มคนหนึ่งต้องมนต์แห่งความรักแบบ Love At First Site กับหญิงสาวระดับดาราของโรงเรียน ด้วยอานุภาพแห่งรักนั้น 5 ปีต่อมาเขาและเธอแต่งงานกัน ก่อนที่อีกเกือบ 40 ปีต่อมา ทั้งคู่จะให้กำเนิดตำนาน “รักแรกกัด” แห่งขนมเค้กขึ้น จนมาเป็นร้าน Love At First Bite ในเชียงใหม่ทุกวันนี้

“ช่วง 3 ปีสุดท้ายที่เราอยู่กรุงเทพฯ ผมทำงานอยู่ Telecom Asia ส่วนเค้าไม่ได้ทำอะไร ก็ทำขนมแจกเพื่อน ทุกคนก็ชอบ จากนั้นก็ปากต่อปากจนกลายเป็นมาสั่ง Order ให้เราทำ ชื่อ Love At First Bite ผมตั้งเพราะว่าเค้กที่เค้าทำมีแต่คนชอบ เรามั่นใจที่ใช้ชื่อนี้ ผมกล้าที่จะตั้งเพราะเชื่อในตัวเค้า” คุณจิรายุส แสงสว่างวัฒนะ ตำนานรักฝ่ายชายเล่าถึงที่มาของเค้ก


Click to enlarge
Click to enlarge

หลังจากที่เด็กหนุ่ม-สาวทั้ง 2 แต่งงานกันแล้ว ทั้งคู่ก็ได้ขอวีซ่าเพื่อไปเรียนต่อที่อเมริกา เนื่องจากช่วงนั้นกับสังคมไทยแล้ว ถ้าใครแต่งงานก็จะเรียนต่อไปไม่ได้นั่นเอง คุณจิรายุสควงคุณมัทนาสุดที่รักไปใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกาถึง 27 ปีตั้งแต่เรียนจนทำงาน ก่อนที่จะกลับมาใช้ชีวิตในเมืองไทยในปี 2535

คุณจิรายุสทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่อเมริกา โดยตำแหน่งสุดท้ายคือ Senier Consultant ส่วนคุณมัทนานั้นทำงานอยู่สายการบิน United Airline ประสบการณ์ในอเมริกาเสมือนเป็นทุนในการทำขนมเค้กให้คุณมัทนาด้วยเพราะที่นั่นเธอได้เรียนรู้สูตรเด็ด ๆ ในการทำเค้กโดยจะนำมาปรับเข้ากับสูตรของเธอ

“เราไปอยู่อเมริกา 20 กว่าปี เราเห็นของพวกนี้ กินของพวกนี้ คือเรา 2 คนชอบเที่ยว เค้าทำงานอยู่ United Airline ก็ได้บินฟรี เราไปหลายรัฐ ที่ไหนมีอะไรอร่อยก็จะไปกิน กินเพื่อรู้ว่า New York Cheese Cake เป็นแบบนี้นะ เห็นเยอะ กินเยอะ บวกกับ Idea ของเค้า มันกลั่นกรองจนเป็นเมนูของเค้า” คุณจิรายุสว่า


Click to enlarge
Click to enlarge

“จะศึกษา ทดลองทำจากตำรานะ ไม่เคยเรียนเลย ชอบอ่าน Magazine เกี่ยวกับอาหารด้วย มีเต็มบ้านไปหมด ชอบทำตั้งแต่สาว ๆ แล้ว ลองผิด ลองถูกอยู่เรื่อย เคล็ดลับของการทำเค้กคือ ‘ต้องทำด้วยหัวใจ’ นะ ต้องใส่จิตใจเข้าไป เราทานอะไร ก็ต้องทำให้คนอื่นอย่างนั้น ไม่มีการ Cut Course เราทุ่มเต็มที่” คุณมัทนาเสริม

ทั้ง 2 คนไม่ได้กล่าวเกินความจริง ด้วยรสชาติแสนอร่อยซึ่งไม่ใช่แค่เพียงคำแรกที่ได้ลิ้มลองเท่านั้น แต่เป็นทุก ๆ คำ ทำให้หลาย ๆ คนติดอกติดใจ จน Order มีเข้ามามากมาย แต่อย่างไรก็ตามทั้งคู่ก็ยังคิดที่จะกลับเชียงใหม่อยู่ดี ด้วยสภาพเศรษฐกิจตอนนั้น ทำให้คุณจิรายุสที่เกษียณแล้วแบกภาระค่าผ่อนบ้านไม่ได้

“ที่เชียงใหม่เรามีบ้านอยู่แล้ว ไม่ต้องผ่อนส่งค่ะ” คุณมัทนาบอกโดยมีสามีสุดที่รักเสริมว่า “เราวางไว้แล้วว่าจะมาขายเค้กที่นี่ อยู่กรุงเทพฯ ลำพังแค่ส่งเค้กมันไม่พอผ่อนบ้าน แต่ที่นี่เราไม่ต้องผ่อนไง ก่อนมาผมเลยติดสติ๊กเกอร์ไว้ว่า ‘Love At First Bite ลี้ภัย IMF ไปเชียงใหม่’”


Click to enlarge
Click to enlarge

คุณจิรายุสและคุณมัทนามาทำเค้กขายในเชียงใหม่ที่บ้านแสนร่มรื่นแห่งนี้ แต่เมื่อ Order มีเข้ามามากมายทำให้ทั้งคู่คิดว่าควรจะสร้างร้านให้เป็นสัดส่วนไป “ลูกค้าเดินเข้า-ออกบ้าน มันก็ไม่ดีใช่ไม๊ ก็เลยตัดสินใจสร้างเรือนที่เป็น Cake House ก่อน” คุณจิรายุสให้เหตุผล

เรือนหลังนี้จะตั้งอยู่บริเวณรั้วบ้าน มีโต๊ะอยู่ 3 ตัวสำหรับคนที่มานั่งรอหรือจะนั่งทานเค้กก็ได้ ต่อมาความนิยมในการนั่งทานที่ร้านเพิ่มมากขึ้น จึงต้องมีการขยับขยายโต๊ะมาที่สวนด้วย ซึ่งก็โชคดีที่ทั้งคู่ให้ความสำคัญกับสวนอยู่แล้ว การนั่งทานชนมอร่อย ๆ ท่ามกลางแมกไม้ สายน้ำ เสียงนกถือว่าเป็นบรรยากาศที่สุดวิเศษ

“เห็นที่อเมริกานะ เราเห็นว่าดี ก็เลยทำคือเราทำร้านก็อยากให้คนที่มาทานรู้สึกเหมือนกับมาบ้านเรา ไม่ใช่ว่าเป็นร้าน” คุณมัทนาอธิบาย ก่อนที่สามีจะเสริมว่า “จะถือว่าเป็นห้องรับแขกก็ได้นะสวนแห่งนี้ คือเราอยากให้ทุกคนรู้สึกเหมือนอยู่บ้านด้วย”


Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

สวนแห่งนี้จะจัดออกมาแนวสวนป่าหน่อย ๆ ตามรสนิยมของเจ้าของบ้าน มีต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกกันมาเกือบ 40 ปีอยู่รอบบ้าน เป็นไม้ชื่อมงคลทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นขนุน มะดัน มะยม มะเฟือง มะขาม ชมพู่ ต้นไผ่ มะกอก ทุกต้นปลูกตามทิศทางที่ถูกต้องตามตำรา “เมื่อก่อนมีมะพร้าว 7-8 ต้น แต่เรากลัวหล่นใส่หัวลูกค้า เลยตัดออก เหลือไว้นิดหน่อยให้พอดูว่าบ้านนี้เก่าแก่มันถึงมีมะพร้าว” คุณมัทนาเสริม

นอกจากนี้ยังมีสายน้ำไหลเพิ่มบรรยากาศในการทานขนมที่นำมาเสริฟในภาชนะที่มีการคัดสรรมาแล้ว บนโต๊ะที่มีดีไซน์แบบเรียบง่าย ปูผ้าปูโต๊ะสีสวยพร้อมกับกางร่มเอาไว้ บรรยากาศแบบนี้บวกกับอากาศที่เชียงใหม่ คงไม่เกินเลยไปนักที่จะบอกว่า “เหมือนทานอยู่เมืองนอก” ทีเดียว

กลิ่นเค้กที่หอมกรุ่น กลิ่นกาแฟที่หอมหวล คงเทียบไม่ได้กับกลิ่นของความรักที่อบอวลอยู่ในร้านแห่งนี้ สำหรับคนที่ไม่เชื่อในรักแรกพบ น่าจะลองมาทานเค้กที่นี่ดูสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่า “รักแรกพบ” น่ะมีจริง ไม่ว่าจะด้วยรสชาติของเค้ก หรือจะเป็นบรรยากาศของร้านก็ดี