วิธีรับมือเพื่อนบ้านตัวแสบ

เช้าวันหยุดที่แจ่มใสของคุณ แทนที่จะได้รับลมโชยเย็น ๆ เสียงนกร้องแสนไพเราะแต่กลับต้องมาฟังเสียงรถตัดหญ้าคำรามลั่นจากสนามข้างบ้านจนไม่สามารถนอนนิ่งอยู่บนเตียงได้ ครั้นจะออกไปเดินเล่นข้างนอกก็ต้องร้อนใจเมื่อเห็นสุนัขตัวโปรดของเพื่อนบ้านทิ้งของที่ระลึกไว้หน้าประตูอีก

คนส่วนใหญ่มักจะมีเรื่องกระทบกระทั่งกับเพื่อนบ้านราวลิ้นกับฟันเสมอ ๆ มากบ้างน้อยบ้าง ซึ่งมูลเหตุแห่งการทะเลาะเบาะแว้งของเพื่อนบ้านมีตั้งแต่เรื่องเส้นแบ่งเขตแดนบ้าน รั้วล้ม เครื่องเสียงดังแสบหู เรื่องอุจาดและสกปรก งานเลี้ยง เด็กซน ฯลฯ นับวันความขัดแย้งก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

แล้วจะทำอย่างไรกันหนอถึงจะหลีกเลี่ยงปัญหาโลกแตกจากการทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้านได้? เพื่อจะได้มาร้องเพลง “บ้านอยู่ติดกันพอดี เปิดหน้าต่างทุกทีหน้าเราก็ชนกัน ถ้าเมื่อไหร่หน้างอเราก็งอนใส่กัน แต่ก็มีบางวันที่ยิ้มให้กันตลอดไป” ได้อย่างมีความสุข


ทำตนให้เป็นคนมีมารยาท

ถ้าคืนนี้คุณจะจัดงานปาร์ตี้ อย่างน้อยตอนเช้าคุณน่าจะไปกดออดเรียกเพื่อนบ้านมาคุยและชวนเขามาร่วมงานด้วย ถ้าเขาไม่มาอย่างน้อยก็ถือว่าคุณได้ขออนุญาตเขาแล้ว เช่นกันถ้าคุณปลูกต้นมะม่วงแล้วกิ่งยื่นเข้าไปในรั้วข้างบ้าน น่าจะสอยมะม่วงไปเป็นของฝากเขาบ้าง

ปลูกต้นมิตรไว้ข้างรั้ว

บางครั้งการรุกล้ำที่ดินเพื่อนบ้านเข้าไปแค่ 3 นิ้วก็เป็นเรื่องใหญ่ถ้าเกิดมีการขายที่ดินขึ้น แต่ของอย่างนี้สามารถนั่งลงจิบเบียร์เย็น ๆ แล้วคุยกันได้ดีกว่าจะไปนั่งคุยอย่างเคร่งเครียดในศาล ต้นมิตรนั้นเติบโตได้ด้วยการรดน้ำใจ (ที่บางครั้งอาจจะมีแอลกอฮอล์ผสม)

ตรงไปตรงมา

คุยกันเปิดอกถึงปัญหา ถ้าเพื่อนบ้านเปิดเครื่องเสียงกระหึ่ม บอกไปเรียบ ๆ ว่าเสียงนั้นรบกวนคุณอย่างไร? เช่น “ฉันตื่นทำงานตี 5 หลัง 4 ทุ่มคุณช่วยหรี่เสียงได้ไหม?” เลือกสถานที่ที่จะเจรจาให้เป็นทางเดินหรือสนามหน้าบ้านดีกว่าหน้าประตูเพราะเป็นการคุกคามเกินไปและเจ้าของบ้านจะอึดอัดจนคิดแต่เรื่องแก้ตัว

บันทึกข้อมูล

อาจจะดูเป็นการเป็นงานแต่มีประโยชน์จริง ๆ เช่น ถ้าสุนัขของเพื่อนบ้านเห่าเสียงดังรบกวน จดวันที่ เวลาและระยะเวลาดู บางครั้งคุณอาจจะพบว่าความจริงสุนัขเห่าเป็นพัก ๆ เท่านั้น หรือในกรณีที่จริงจังในเรื่องอื่น คุณก็จะมีหลักฐานยืนยันให้เพื่อนบ้านโต้แย้งไม่ได้ยามมีการสืบสวนย้อนหลัง

ล่ารายชื่อ

วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่ง ถ้าเป็นปัญหาร่วมกันของส่วนรวมโดยมีเพื่อนบ้านคนหนึ่งเป็นตัวก่อแล้วไม่มีใครอยากจะเผชิญปัญหาเพียงลำพัง ลงชื่อในจดหมายและแจ้งให้เจ้าของบ้านตัวต้นเหตุรับทราบ ปัญหาจะคลี่คลายไปแถมเพื่อนบ้านคนนั้นยังไม่รู้จะไปโกรธใครได้อีกด้วย

ก่อนกด 191 คิดให้ดีก่อนนะ
ตำรวจน่ะไม่ชอบเรื่องแบบนี้หรอกเพราะคิดว่าไม่ต่างกับเรื่องผัว ๆ เมีย ๆ ที่ต้องมีการกระทบกระทั่งกันนัก แต่ถ้างานเลี้ยงข้างบ้านยังคงแผดเสียงจนถึงตี 3 แบบนี้ก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของตำรวจแล้วเพราะการมาเคาะประตูของ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” อาจจะช่วยให้สงบได้โดยไม่บอกว่าใครโทรไปแจ้ง

พึ่งศาล
แต่ควรเก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายจริง ๆ โดยเฉพาะการฟ้องร้องกันในเรื่องเล็ก ๆ ถ้าการตัดสินเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะสร้างความคับแค้นให้กับอีกฝ่ายหนึ่งจนอาจจะมีการแก้แค้น นั่นเป็นสัญญาณร้ายต่อมิตรภาพในอนาคต

ความบาดหมางกับเพื่อนบ้านไม่จำเป็นต้องลุกลามกลายเป็นสงคราม ขอเพียงแต่ 2 ฝ่ายเต็มใจนั่งลง รับฟังอีกฝ่าย พูดคุยกันอย่างเปิดอก แล้วลงมือแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีเพราะว่าสายแล้วจะแก้ไม่ทัน แต่ถ้าคุณมีเรื่องราวกับเพื่อนบ้านตัวแสบเหล่านี้ลองเล่าประสบการณ์และการแก้ปัญหามาสิหรือจะให้เราเป็นตัวกลางแจ้งคำร้องก็ได้