จุดเด่นของบัตรแบบที่ 2 และ 3 คือ คุณสามารถที่จะใช้ได้ทั้งในและนอกประเทศไม่ว่าจะเป็นบัตรของธนาคารใดก็ตาม ในขณะที่บัตรในประเทศจะใช้ได้เพียงในประเทศไทยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม บัตรในประเทศมักจะมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า สำหรับบัตรของบริษัทที่ไม่ใช่ธนาคารนั้น(แบบที่ 3) โดยส่วนมากจะเป็น "ชาร์จคาร์ด" (Charge Card) หรือบัตรที่ต้องชำระเต็มจำนวนในเดือนถัดไป ผ่อนไม่ได้ ในกรณีที่มีการค้างชำระคุณจะถูกค่าปรับในอัตราที่สูงมาก อย่างไรก็ตามตอนนี้เริ่มอนุญาตให้ผ่อนได้บ้างแล้วสำหรับบางบัตร บัตรประเภทนี้มีส่วนดีคือคุณไม่สามารถสร้างหนี้ได้ ที่สำคัญคุณไม่ควรมีบัตรเครดิตเกิน 2 ใบ (โดยเฉพาะบัตรในประเภทเดียวกัน) เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและควบคุมลำบาก
"3" สิ่งที่ควรพิจารณาในการสมัครบัตรเครดิตเรียงตามลำดับความสำคัญคือ
- ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และ/หรือ ค่าบริการรายปี คุณสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ เมื่อสมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิตที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าบริการรายปี หรือคิดในมูลค่าที่ถูกกว่าสถาบันอื่น
- สิทธิพิเศษและส่วนลด คุณควรสมัครบัตรเครดิตที่มอบส่วนลดในร้านค้า ที่คุณมีโอกาสไปใช้บริการหรือเป็นลูกค้าจริง ๆ อย่าลืมว่าบัตรเครดิตที่ให้ส่วนลดในร้านที่คุณใช้บริการเป็นประจำเพียงร้านเดียว จะเป็นประโยชน์กับคุณมากกว่าบัตรที่ให้ส่วนลดในร้านค้า 10 ร้านที่คุณไม่เคยรู้จัก เช่น คุณอาจจะเลือกสมัครบัตรเครดิต ที่มอบส่วนลดสำหรับการซื้อตั๋วชมภาพยนตร์ หากคุณเป็นผู้ที่ไปชมภาพยนตร์ทุกสัปดาห์ หรือหากคุณเป็นผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ คุณอาจจะมองไปที่บริการพิเศษต่างๆเช่น แต้มและไมล์สะสม การคุ้มครองอุบัติเหตุจากการเดินทาง การรับประกันสินค้าหลังการซื้อ หรือสิทธิคุ้มครองในกรณีฉุกเฉิน เป็นต้น
- อัตราดอกเบี้ย คุณอาจจะสงสัยว่าทำไมอัตราดอกเบี้ย จึงมีความสำคัญเป็นอันดับสุดท้ายในการพิจารณาสมัครบัตรเครดิต คำตอบก็คือหากคุณ ชำระเงินเป็นจำนวนเต็มทุกเดือน คุณก็จะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ในทางตรงกันข้ามหากคุณจะใช้วงเงินของบัตรเครดิตคุณควรพิจารณา อัตราดอกเบี้ยเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเลือกบัตรเครดิต
|
|