จองซื้ออย่างไรไม่ให้ถูกโกง

เรื่องโดย ชูเกียรติ จูมทอง


เรื่องที่จะกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจองซื้อที่ดิน หรือห้องชุดอย่างไรไม่ให้ถูกโกง หรือเอาเปรียบจากผู้ประกอบการ การจองซื้อเป็นเรื่องที่ฝ่ายหนึ่งที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “ผู้จอง” มีความปรารถนาที่จะซื้อทรัพย์สินจากอีกฝ่ายหนึ่งที่เรียกว่า “ผู้รับจอง” โดยผู้จองมุ่งหวังว่าจะได้ทรัพย์สินตามที่ตนคาดหวังไว้ และตกลงที่จะทำสัญญาจะซื้อจะขายทรัพย์สินกันต่อไปภายหลังตามระยะเวลาที่กำหนด

ผู้จองจะต้องชำระเงินจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้รับจองซึ่งเรียกว่า “เงินมัดจำ” หากผู้รับจองไม่สามารถขายทรัพย์สินให้ตามที่ต้องการ ผู้จองก็จะได้รับเงินจองคืน แต่หากผู้จองไม่เข้าทำสัญญาตามเวลาที่กำหนด ผู้จองก็จะสูญเสียเงินจองไปโดยได้กระดาษหนึ่งใบเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเราเคยเห็นช้างขี้แล้วก็ขี้ตามแต่ปริมาณน้อยกว่าจึงเสียเงินเปล่า หากการจองซื้อเป็นอย่างตรงไปตรงมาและในสัญญาจองซื้อหรือหนังสือจองซื้อ (สุดแล้วแต่จะเรียก) กำหนดรายการที่ไม่เป็นการเอาเปรียบกันมากมายนักก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

แต่หากข้อความมีการเอาเปรียบกันอย่างแสนสาหัส ขืนเซ็นไปแล้วไม่ตายก็สาหัสแล้วก็นับว่าเป็นสัญญาจองที่ไม่ยุติธรรมเหมือนท่านเปาหน้าดำเป็นแน่ การดังกล่าวผู้จองจึงพึงระมัดระวังและมีความรอบคอบในการอ่านสักนิดเพื่อจะได้ไม่เปลืองกระดาษชำระในภายหลัง โดยขอเสนอวิธีการง่าย ๆ ที่พึงสังเกตสาระสำคัญของการจองดังนี้

  1. วันที่และสถานที่ทำสัญญาจอง

  2. ชื่อผู้จองและผู้รับจอง

  3. รายการทรัพย์สินที่จะจอง

  4. ราคาทรัพย์สิน จำนวนเงินที่ต้องชำระ และวิธีการชำระเงิน

  5. กำหนดวันทำสัญญาจะซื้อจะขาย และข้อความว่าสัญญาจะซื้อจะขายผู้จองได้อ่านหรือยัง หากมีข้อความว่าอ่านสัญญาจะซื้อจะขายแล้วหรือตกลงจะทำสัญญาจะซื้อจะขายตามรูปแบบที่ผู้รับจองกำหนดก็ให้ขอสัญญาจะซื้อจะขายมาอ่านก่อน หากยอมรับได้แล้วค่อยเซ็นสัญญาจอง แต่หากรับไม่ได้ก็เปล่าประโยชน์ที่จะเซ็น กลับบ้านดีกว่า แต่หากอยากได้มากจนห้ามใจไม่อยู่ก็ขอให้ผู้รับจองแก้ไขสัญญาจะซื้อจะขายก็พอมีทางจะทำได้ แต่หากสัญญาจะซื้อจะขายก็ไม่ยอมแก้ก็ควรจะกลับบ้านได้แล้วนะ เพราะว่าเขาไม่เต็มใจที่จะขายให้แล้วละ

  6. เงื่อนไขอื่น ๆ ตามแต่ใจของผู้รับจอง แต่หากท่านอ่านแล้วรู้สึกไม่สบายใจกรุณาใช้ความระมัดระวังในการทำหนังสือจองหรือสัญญาจองนั้นก็เป็นพอ

หากท่านดำเนินการตามที่เขียนแนะนำไว้ข้างต้นแล้ว ผู้เขียนคิดว่าความกลัวที่จะบังเกิดจากการทำสัญญาจองหรือหนังสือจองซื้อทรัพย์สินก็จะลดน้อยลง เนื่องจากท่านได้ใช้ความระมัดระวังในการทำมากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นผลดีกับท่านที่จะมีส่วนช่วยเหลือหน่วยงานราชการคือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ทำงานน้อยลงได้อีกทางหนึ่ง