เมื่อพ่อ-แม่อโหสิกรรมจนไม่มีสิ่งใดติดค้างคาใจอีกแล้ว พวกท่านก็จะมอบ ผ้าไตร เพื่อใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มในการเข้าพิธีบวชต่อไป โดยหลังจากนั้นผู้บรรพชาทุกคน, เจ้าภาพและญาติ ๆ จะมาตั้งขบวนเพื่อเดินไปยังอุโบสถและเดินวนขวาเป็นจำนวน 3 รอบเพื่อรำลึกถึงพระรัตนตรัย โดยมีขบวนกลองยาวร่วมเล่นดนตรีฉลองไปด้วย
จากนั้นจึงต่อด้วยพิธีกรรมอุปสมบทในอุโบสถ ซึ่งเริ่มตั้งแต่การที่สามเณรรับศีลห้า, กล่าวคำขออุปฌาย์ เมื่อกล่าวรับเสร็จแล้ว พระอุปฌาย์จะให้โอวาทแก่ผู้บวชใหม่ทุกคน จากนั้นจึงให้ผู้บรรพชาไปนุ่งผ้าเหลือง โดยมีพระพี่เลี้ยงช่วยนุ่งให้ เสร็จแล้วผู้บรรพชาจะเข้ามารับศีล 10 ซึ่งเป็นศีลสำหรับสามเณร ก็เป็นการเสร็จพิธี
ในยุคที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญต่อวัตถุมากกว่าสิ่งใด จนเริ่ม ห่างวัด การได้บวชเรียนแม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ ก็น่าจะช่วยดึงจิตใจของพวกเขาให้ใส่ใจหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเพิ่มขึ้น รวมทั้งได้สัมผัสว่าผ้าจีวรเหลืองอร่ามที่สวมใส่อยู่นั้นมิใช่เพียงมีสีสรรคล้ายทองคำเท่านั้น แต่กลับมีคุณค่ามากกว่าเสียอีก