รำลึกถึงนายขนมต้ม

เรื่องและภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์


Click to enlarge

17 มีนาคม...อาจจะไม่ได้เป็นวันสำคัญที่เป็นสากลอะไรนัก แต่สำหรับนักมวยไทย ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ วันนี้คือวันนี้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดเพราะนี่คือวันที่พวกเขาจะได้มาทำพิธีไหว้ครู รวมทั้งได้รำลึกถึงปูชนียบุคคลซึ่งมีความสำคัญต่อศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย ๆ ด้วยกัน

 

บุคคลสำคัญท่านนั้นคือ “นายขนมต้ม” วีรบุรุษผู้ก่อวีรกรรมใช้มือเปล่าปราบนักมวยคู่อริชาวพม่าลงได้ในคราเดียวถึง 10 คนนั่นเอง เสมือนหนึ่งเป็นการตักเตือนชาวพม่าที่เพิ่งตีกรุงศรีอยุธยาแตกเป็นครั้งที่ 2 ว่า คนไทยจะไม่ยอมแพ้แก่ข้าศึกหน้าไหนทั้งสิ้น...แม้จะเหลือเพียงสองมือเปล่าก็ตาม

               

ตามพงศาวดารไทยกล่าวไว้ว่า “นายขนมต้ม” เป็น 1 ในเชลยศึกที่ถูกกวาดต้อนไปยังเมืองพม่าเมื่อตอนเสียกรุงในครั้งนั้น แต่ด้วยฝีไม้ลายมือมวยไทยที่ยอดเยี่ยมจนเป็นที่ร่ำลือ ทำให้เขาสามารถสร้างชื่อให้ชาวตองอูได้ตกตะลึงกันถ้วนหน้าในงานพิธีอันเป็นมงคลสำหรับชาวพม่าเอง...


Click to enlarge

“วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์ที่นายขนมต้มโชว์ฝีไม้ลายมือต่อหน้ากษัตริย์พม่า เมื่อคราพิธียกฉัตรเจดีย์ชเวดากอง ตอนนั้นพระองค์ได้รับทราบจากขุนนางว่า มีนักมวยไทยฝีมือเด็ดนัก เป็นเชลยศึกเมื่อครั้งกรุงศรีแตก พระองค์จึงตรัสให้มีการชกมวยไทยขึ้น” คุณโชคชัย รัมวุฒิชัย ผู้อำนวยการสำนักดาบวังหน้าเล่า

 

หลังจากนั้นเหตุการณ์เป็นไปตามที่เกริ่นไว้แล้วข้างต้น เมื่อนายขนมต้มใช้ศิลปะมวยไทยต่อสู้กับนักมวยพม่า จนชนะได้ 10 คน ได้รับคำสรรเสริญจากกษัตริย์พม่าเหลือคณา ก่อนจะเปรยขึ้นมาว่าที่กรุงศรีอยุธยาแตกนั้นเป็นแค่เพียงเพราะมีเจ้านายไม่ดีและขาดความสามัคคีเท่านั้น

 

หลังจากได้รับคำชมนั้น นายขนมต้มได้กล่าวคำพูดซึ่งต่อมาต้องถือว่าเป็น “วาจาสัตย์” ขึ้นว่า “มวยไทยจะยิ่งใหญ่ต่อไปในภายภาคหน้า” และก็จริงดั่งคำ ปัจจุบันนอกจากประเทศไทยจะมีนักมวยฝีมือโดดเด่นเป็นแชมป์โลกมากมายแล้ว ศิลปะมวยไทยยังเป็นที่นิยมฝึกในหลาย ๆ ประเทศด้วย


Click to enlarge

ด้วยสำนึกในบุญคุณของนายขนมต้มและถือเป็นเกียรติศักดิ์ของคนดีศรีอยุธยา ทางจังหวัดจึงสร้างอนุสาวรีย์นายขนมต้มไว้ที่บริเวณสนามกีฬากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อเป็นอนุสติเตือนใจและให้ลูกหลานไทยยึดถือเป็นแบบอย่างสืบไป รวมทั้งยกให้วันที่ 17 มีนาคมของทุกปีเป็นวันเกียรติประวัติของนักมวยไทยด้วย

 

ในทุก ๆ ปีจังหวัดอยุธยาจะจัดพิธีสำคัญเพื่อเป็นการรำลึกถึงนายขนมต้ม รวมทั้งเพื่ออนุรักษ์ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทย ๆ ให้คงอยู่คู่ประเทศไทยตลอดไปรวมทั้งมีโอกาสเผยแพร่ไปสู่นานาชาติด้วย จึงจัดงาน “มหกรรมศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทยสู่นานาชาติ” ขึ้น

 

ช่วงเช้าของวันที่ 17 มีนาคมจะเป็นพิธีสำคัญสักการะอนุสาวรีย์นายขนมต้ม โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดอยุธยามาเป็นประธานในพิธี โดยเริ่มต้นด้วยพิธีสงฆ์ ตามมาด้วยพิธีพราหมณ์เพื่อบวงสรวงอนุสาวรีย์นายขนมต้ม เมื่อเสร็จพิธีแล้วจะมีการแสดงโชว์บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์เพื่อเฉลิมฉลองให้กับมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งศิลปะแม่ไม้มวยไทย


Click to enlarge

สิ่งที่น่าสนใจคือนอกจากนักมวยไทยแล้ว ยังมีนักมวยต่างชาติที่ให้ความสนใจเรียนรู้วิชามวยไทยเข้าร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น พวกเขามาจากหลาย ๆ ชาติทั้งเอเชีย, อาหรับ, ยุโรป ไปจนถึงอเมริกา พวกเขามาเพื่อร่วมรำลึกถึงวีรบุรุษในตำนาน รวมทั้งประกอบพิธีครอบครูและไหว้ครูอันศักดิ์สิทธิ์กับครูมวยชาวไทยด้วย

 

“ชาวต่างชาติชอบการไหว้ครูมากนะ พวกเขาถามผมว่า เราไหว้ครูกันไปทำไม ทั้ง ๆ ที่กีฬาอย่างอื่นลงแข่งขันได้เลย ก็อธิบายไปว่า ที่เราไหว้ก็เพื่อรำลึกถึงพ่อแม่, ครูบาอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ยังถือเป็นการอบอุ่นร่างกายไปในตัวด้วย” คุณสุพันธ์ ชะใบรัมย์ ผู้ฝึกสอนของศูนย์อนุรักษ์ศิลปะมวยไทยแห่งชาติเล่าประสบการณ์

 

จะว่าไปแล้วท่าทางของการไหว้ครูแต่ละท่านั้นยังแสดงออกมาเพื่อสื่อสารถึงการรำลึกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือผู้มีพระคุณต่าง ๆ ด้วย ครูมวยท่านเดิมเสริมต่อว่า “การวาดมือตอนไหว้ครูมันเหมือนการรับเอาพระแม่ธรณีมาเข้าสู่อกเรา แล้วยกมือไหว้ขึ้นเหนือศีรษะเหมือนการเทิดไว้ซึ่งพระมหาราชาด้วย”


Click to enlarge

การแสดงหน้าลานอนุสาวรีย์ขนมต้มนั้นมีหลายชุดด้วยกัน ประกอบไปด้วยการแสดงรำมวยถวายจากนักเรียนโรงเรียนวัดช้าง, การแสดงคีตมวยไทยหรือมวยไทยแอโรบิกที่นำท่าทางการใช้อาวุธของมวยไทยมาผสมผสานกับสเต็ปการเต้นแอโรบิกเพื่อเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบใหม่

 

นอกจากนี้ยังมีการแสดงโชว์ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทยประเภทต่าง ๆ ทั้งการชกมวยคาดเชือก, การต่อสู้ด้วยดาบ, การต่อสู้ด้วยพลอง, จำลองการรบแบบโบราณที่แต่ละฝ่ายใช้อาวุธไทยโบราณทั้งสิ้น รวมทั้งมีการแสดงศิลปะมวยไทยทั้งการไหว้ครูและการออกอาวุธจากนักมวยต่างชาติด้วย...พวกเขาทุกคนมองว่านายขนมต้มคือ “ครู” ที่ยิ่งกว่าครู

 

“ชาวต่างชาติศรัทธานายขนมต้มมากเลย ท่านคือบุคคลในตำนานที่สู้กับพม่าถึง 10 คนด้วยสองหมัด, สองเท้า, สองศอก, สองเข่าและอีก 1 ศีรษะ แถมยังช่วยกอบกู้เอกราชได้ทำให้ดำรงประเทศอยู่อย่างไม่เป็นเมืองขึ้นใครจนทุกวันนี้ พวกเขาสนใจมาเรียนศิลปะมวยไทยกันมากด้วย คิดว่าเพื่ออะไรล่ะ คุณสุพันธ์ทิ้งท้ายชวนให้คิด