ข้อเข่าสุดมหัศจรรย์กับอะไหล่เสริมศักยภาพ

เรื่องและภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์


ข้อที่มีความมหัศจรรย์ที่สุดของร่างกายก็คือ “ข้อเข่า” ดูด้วยตาจากภายนอกแล้ว มันมีขนาดไม่ใหญ่โตอะไรมาก แต่หน้าที่ที่ต้องรับใช้ร่างกายด้วยการแบกรับน้ำหนักของเจ้าของ ซึ่งในบางคนอาจจะบอบบางแค่ 40 กว่ากิโล แต่ในบางรายก็อาจจะมีน้ำหนักเหยียบร้อย

 

เราจะรู้สึกถึงความมหัศจรรย์ของข้อเข่ามากขึ้นไปอีก หากลองพิจารณาว่ามันประกอบไปด้วยกระดูก, กระดูกอ่อน รวมทั้งเอ็นที่ดูเหมือนจะบอบบางเท่านั้น นพ.สมบัติ โรจน์วิโรจน์ หัวหน้าศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ จากศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพอธิบายโครงสร้างเข่าว่า

 

“จะมีกระดูกส่วนปลายของกระดูกต้นขาต่อกับกระดูกขาส่วนต้น การต่อกันตรงนี้ต่อกันด้วยผิวสัมผัสซึ่งเป็นกระดูกอ่อน ภายในมีแผ่นกระดูกอ่อนรูปตัว C เป็นตัวรับแรงอีกที ด้านหน้าของเข่าคือลูกสะบ้า ถ้าพลิกออกมาดูจะเห็นผิวสัมผัสซึ่งเป็นกระดูกอ่อน ทั้งหมดนี้ยึดกันอยู่ด้วยเอ็นซึ่งมีความแข็งแรง”


นอกจากนี้ยังมีกลุ่มกล้ามเนื้อทั้งด้านหน้าและหลังช่วยประคองเข่าให้สามารถงอ, เหยียดและยืนเดินได้ ถึงแม้จะรับน้ำหนักเจ้าของอย่างซื่อสัตย์ แต่หากต้องทำงานมากเกินไป ข้อเข่าก็สามารถสึกกร่อนหรือเสื่อมลงได้ตามกาลเวลา ปัญหาข้อเข่าเสื่อมนี้มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ โดยมีปัจจัยเสริมคือน้ำหนักตัว, โรคหรือการบาดเจ็บต่าง ๆ

 

“อายุเป็นสาเหตุปัจจัยแรก แต่บางคนมีโรคเดิมอยู่ เช่น รูมาตอยด์, เกาท์ ซึ่งทำให้ข้ออักเสบบ่อย ๆ ผิวข้อจึงสึกหรอหรือเสื่อมไป แล้วหากมีการเสื่อมที่เกิดภายหลังบาดเจ็บ เช่น กระดูกภายในข้อแตกหรือหัก, เอ็นฉีกขาดแล้วทำให้ข้อหลวม บางทีการขยับของข้อแบบถูไถกันก็ทำให้สึกหรือเสื่อมได้” นพ.สมบัติอธิบาย

 

อาการข้อเข่าเสื่อมสามารถเกิดขึ้นกับกระดูกอ่อนผิวข้อซึ่งเป็นผิวสัมผัสหรือเกิดกับแผ่นกระดูกอ่อนที่เป็นรูปตัว C ก็ได้ นอกจากนี้ในบางราย ยังอาจมีเกิดภาวะกระดูกพรุนแล้วเกิดการทรุดตัวของข้อตามมาก็ได้เช่นกัน แน่นอนว่าความเสื่อมของเข่าเช่นนี้ย่อมสร้างความทรมานใจให้กับผู้ป่วยไม่น้อยเพราะทำให้เดินไม่สะดวกอย่างที่ใจบอกมา


นพ.ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกเสริมว่า “จริง ๆ ข้อเสื่อมไม่มีอันตรายร้ายแรงอะไร แต่สิ่งที่เป็นปัญหาแก่ผู้ป่วยคือความเจ็บปวดทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยลดลง เกิดความรำคาญหรือไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ เช่น เดินลำบาก, ลุกนั่งลำบาก, จะเล่นกีฬาหรือทำกิจวัตรประจำวันที่หนักหน่อยนึงก็ทำไม่ได้”

 

การรักษาอาการข้อเข่าเสื่อมนั้น แพทย์แนะนำว่าขึ้นอยู่กับระยะของอาการว่าเสื่อมมากน้อยแค่ไหน? ถ้าป่วยในระยะรุนแรง ทางเลือกคือ “การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม” ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนประกอบ 4 ชิ้นแต่ละชิ้นล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ใช้ทดแทนข้อเข่าจริงที่เสื่อมไปทั้งสิ้น ทั้งสี่ชิ้นนี้คือ

 

ส่วนที่เป็นโลหะซึ่งอยู่ตรงกระดูกต้นขาส่วนปลาย, ส่วนที่เป็นโลหะซึ่งเป็นฐานตรงกระดูกที่เป็นตัวรองรับ โดยระหว่างทั้ง 2 ชิ้นนี้จะเป็นพลาสติกความหนาแน่นสูงซึ่งให้ผิวสัมผัสที่ลื่นกับโลหะ ในขณะที่ส่วนด้านหน้าหรือลูกสะบ้า แพทย์ก็จะเปลี่ยนให้เช่นกัน เป็นวัสดุที่ทำจากพลาสติกความหนาแน่นสูง


วิธีการผ่าตัดที่ได้ผลน่าพอใจคือวิธี “Minimally Invasive Surgery” ซึ่งเลาะกล้ามเนื้อออกน้อย ผู้ป่วยจึงใช้เวลาพักฟื้นน้อย อย่างไรก็ตาม แม้ข้อเข่าเทียมทั้ง 4 ชิ้นจะใช้วัสดุที่ไม่เป็นอันตราย รวมทั้งไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายด้วย แต่ในบางรายหลังจากผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าแรก ๆ อาจจะมีอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ได้

 

“เนื่องจากพวกนี้เป็นสารแปลกปลอมในร่างกาย แม้ว่ากระบวนการผลิตจะพยายามทำให้มีปฏิกิริยากับร่างกายน้อยที่สุด แต่มันก็ยังมีได้ จึงอาจจะมีการบวม ๆ ร้อน ๆ บริเวณเข่าบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปรกติ แต่ประมาณ 2-3 เดือนก็จะหายไป นี่เป็นปฏิกิริยาทั่วไปครับ” นพ.สมบัติชี้แจง

 

ปัจจุบันเทคโนโลยีการผ่าเข่าจะมีเครื่องมือที่ช่วยให้การผ่าตัดแม่นยำมากขึ้น นั่นก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยผ่าตัดระบบ Navigation ซึ่งช่วยวางแผนในการตัดกระดูกเพื่อให้ข้อเทียมที่แพทย์ใส่เข้าไปอยู่ในแนวแกนที่พอดีและสามารถอยู่ในร่างกายของผู้ป่วยได้ทนขึ้น รวมทั้งความสึกหรอจากการอยู่ผิดแนวลดน้อยลงด้วย


ขั้นตอนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในทุก ๆ ขั้น นพ.สมบัติจะอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจอย่างละเอียด รวมทั้งอธิบายเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ด้วยเพื่อให้คนไข้ได้เข้าใจและมั่นใจในการรักษา นอกจากนี้หลังจากผ่าตัดเสร็จแล้ว คุณหมอคนเก่งก็จะช่วยเหลือผู้ป่วยในการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายอีกด้วย

 

“เมื่อประกอบเอ็นหัวเข่าเข้ากับข้อเข่าเทียมแล้ว เราจะให้คนไข้ฝึกกายภาพบำบัด เช่น ฝึกการนั่ง, การยืน, การเดิน ประมาณวันที่ 2-3 ผู้ป่วยก็สามารถลุกขึ้นเดินได้แล้ว” นพ.สมบัติอธิบาย “นอกจากนี้ยังต้องฝึกออกกำลังกาย, กำลังขาเพื่อให้กล้ามเนื้อกลับมาแข็งแรง เข่าที่เคยผิดปรกติก็หมดปัญหาไป”

 

เมื่อการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและการกายภาพบำบัดผ่านไปอย่างเรียบร้อย สิ่งที่ตามมาสำหรับผู้ป่วยที่เคยเข่าเสื่อมก็คือคุณภาพชีวิตดีขึ้น, สามารถไปไหนมาไหนได้ตามแต่ใจสั่งมา, จะขึ้นบันได, จะลุกขึ้นยืนหรือนั่งก็ไม่มีปัญหา ทำให้มีความสุขมากและความเจ็บปวดมลายหายไป




เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ผ่าตัดกระดูกสันหลังเพื่อชีวิต
ผ่าตัดสะโพกเทียม