ผ่าตัดสะโพกเทียม

เรื่องและภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์


รู้ไหมว่าข้ออะไรเอ่ยที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในร่างกายรองจากข้อเข่า?”...ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก เอล่ะหมดเวลาแล้ว ขอเฉลยเลยดีกว่าคำตอบก็คือ “ข้อสะโพก” ซึ่งเป็นข้อที่มีความสำคัญในการยืน, เดิน, นั่งและการใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นอย่างยิ่ง

           

แต่เป็นที่น่าตกใจไม่น้อยเมื่อปัจจุบันเราพบว่ามีผู้ป่วยซึ่งมีปัญหากับข้อสะโพกมากขึ้น ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้สูงวัยเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นกันได้ทุกวัยโดยเฉพาะในวัยทำงาน โดยผู้ป่วยจะเจ็บปวด, ขยับข้อไม่ได้เต็มที่ทำให้เดินกะเผลกหรือเดินลำบาก รวมทั้งไม่สามารถนั่งบนเก้าอี้เตี้ย ๆ, นั่งยอง ๆ หรือนั่งบนพื้นได้

 

“ข้อสะโพกเสื่อมเกิดได้หลายสาเหตุ ที่เจออันดับแรกคือความเสื่อมตามวัย แต่ในประเทศแถบเอเชียหรือประเทศไทยบ้านเรา ข้อสะโพกเสื่อมตามวัยจะพบน้อยกว่าข้อเข่าที่เสื่อมตามวัย ข้อสะโพกที่เสื่อมจะส่งผลมาจากโรคมากกว่า” นพ.สมบัติ โรจน์วิโรจน์หัวหน้าศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพอธิบาย


โรคที่ส่งผลทำให้ข้อสะโพกเสื่อม เช่น โรคหลอดเลือดไปเลี้ยงกระดูกไม่เพียงพอหรือขาดเลือดไปเลี้ยง, โรครูมาตอยด์, โรคข้อยึดติดแข็ง ซึ่งโรคพวกนี้มักเกิดในคนที่อายุน้อยกว่าคนที่มีอายุอยู่ในเกณฑ์ข้อเสื่อมตามวัย รวมทั้งในคนหนุ่มสาวด้วย ข้อสะโพกเสื่อมนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดแล้ว ยังทำให้เสียบุคคลิกด้วย      

 

การรักษาอาการสะโพกเสื่อมสามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก แต่หากเป็นมาก ๆ  การผ่าตัดข้อสะโพกเทียมคือคำตอบที่ “ถูกต้องแล้วคร๊าบ...” สิ่งที่ช่วยวินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดจนถึงขั้น “ผ่าตัด” หรือยังนั้นคือการ X-Ray เพื่อดูสภาพของข้อสะโพกนั่นเอง

 

“ในระยะแรก ผู้ป่วยจะมาด้วยอาการเจ็บปวดก่อน ขยับข้อสะโพกได้ไม่ดี เขาอาจจะนึกว่าปวดกล้ามเนื้อธรรมดา แต่พอมันเริ่มมีการสึกหรือเสื่อมมากขึ้น ก็จะเดินกะเผลกหรือขาสั้นยาวไม่เท่ากัน ทำให้เขาใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ดี การตรวจ X-Ray ทำให้รู้ว่าเป็นมากหรือน้อย เป็นถึงขั้นผ่าตัดหรือยัง” นพ.สมบัติว่า


วิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกมีหลายวิธี ที่นิยมไม่น้อยคือ “Minimally Invasive Surgery” ซึ่งแพทย์จะตัดกระดูกต้นขาส่วนที่เสียออกก่อน จากนั้นก็กรอกระดูกตรงเบ้าสะโพก แล้วใส่เบ้าเทียมเข้าไป 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นเบ้าโลหะ ส่วนชั้นที่ 2 นั้นเป็นเบ้าซึ่งทำมาจากพลาสติกอัดแน่น

 

ในขณะที่กระดูกต้นขานั้น แพทย์จะเสียบก้านเหล็กซึ่งเป็นโลหะผสมที่ไม่ขึ้นสนิมเข้าไป ก้านเหล็กนี้แพทย์จะสวมหัวโลหะหรือที่เรียกว่าหัวโมดูลาไว้เพื่อใช้เชื่อมต่อกับเบ้านั่นเอง วัสดุทุกอย่างนี้ไม่เป็นอันตรายใด ๆ ต่อผู้ป่วยทั้งสิ้น แต่ช่วงแรก ๆ ผู้ป่วยอาจจะรู้สึก “ร้อน ๆ” บ้างเท่านั้นเอง

 

“วัสดุที่ใช้ในการผลิตข้อเทียมมีอยู่ 2 ส่วน ส่วนที่ติดกระดูก พวกนี้เป็นโลหะผสม เช่น โครเมียม, โคบอลต์ แล้วแต่ว่าแต่ละบริษัทจะนำมาใช้ เป็นโลหะผสมที่ไม่ขึ้นสนิม มีปฏิกิริยากับร่างกายน้อยมาก อาจจะมีบ้างในช่วงแรก ๆ ประมาณสัก 1 เดือนแรกที่อาจจะรู้สึกร้อน ๆ ระบม ๆ นิดหน่อย


อีกส่วนนึงคือผิวสัมผัสซึ่งเป็นพลาสติกอัดแน่นหรืออาจจะเป็นสารเซรามิคก็ได้ แต่ละอย่างมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดนี้มีปฏิกิริยากับร่างกายจะน้อย แล้วอยู่ในร่างกายคงทนเป็น 10-20 ปี จนถึง 30 ปีก็ยังได้” นพ.สมบัติอธิบายพร้อมทั้งยืนยันถึงคุณภาพ

 

หลังจากผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเสร็จแล้ว แพทย์จะช่วยเหลือผู้ป่วยในการฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยการฝึกเดินด้วยไม้ค้ำยัน เพื่อรอให้กล้ามเนื้อและแผลต่าง ๆ สมานกันดี จากนั้นประมาณ 2-3 สัปดาห์ ผู้ป่วยก็จะเดินได้ตามปรกติ โดยในช่วงแรก ๆ จะมีการใช้ยาช่วยบ้างตามสมควร

 

สิ่งที่ผู้ป่วยต้องจดจำเอาไว้ก็คือแม้จะเดินได้คล่องเหมือนเดิมโดยไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ แล้ว แต่ข้อเทียมเหล่านี้ไม่สามารถทำงานหนัก ๆ หรือเล่นกีฬาหนัก ๆ ได้ดี จึงต้องระวังไม่ทำงานอะไรที่หนัก ๆ, ยกของหนัก, นั่งยอง ๆ, นั่งขัดสมาธิหรือนั่งพับเพียบกับพื้นนาน ๆ


ผู้ป่วยบางรายมีอาการข้อสะโพกเสื่อมทั้ง 2 ข้าง นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่แต่อย่างไร เพราะแพทย์สามารถเปลี่ยนข้อสะโพกให้ผู้ป่วยได้ทั้ง 2 ข้างโดยพิจารณารักษาข้างที่เสื่อมมากกว่าหรือสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ป่วยมากกว่าก่อน จากนั้นจึงรักษาอีกข้างหนึ่งหลังจากรักษาข้างแรกมาแล้วอย่างน้อย 6-7 เดือน

 

นพ.สมบัติฝากข้อคิดปิดท้ายสำหรับการรักษาข้อสะโพกให้เสื่อมช้าลงว่า “บุคคลทั่วไปที่ไม่มีปัญหาเรื่องข้อสะโพกเลย แต่เราก็ไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีเรื่องนี้ไหม ในการดูแล เราต้องลดการกระทำที่มีมีแรงกระทบต่อข้อสะโพกที่มากเกินไป ทั้งการนั่งยอง ๆ, นั่งขัดสมาธิ, พับเพียบ เลี่ยงการแบกของที่หนักเกินไปด้วย

 

ที่สำคัญคือแรงกระเทือน ทั้งจากการเล่นกีฬาหนัก ๆ รวมทั้งอุบัติเหตุที่ก่อให้ข้อสะโพกหลุดได้ เช่น อุบัติเหตุรถชนแล้วมีการกระแทก พวกนี้ถึงแม้เราจะดึงสะโพกเข้าที่ได้ แต่ในระยะเวลา 2-3 ปีต่อมา อาจจะเกิดการขาดเลือดไปเลี้ยง แล้วเกิดข้อเสื่อมตามมาได้เหมือนกันครับ”




เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ผ่าตัดกระดูกสันหลังเพื่อชีวิต
ข้อเข่าสุดมหัศจรรย์กับอะไหล่เสริมศักยภาพ