บ้านตากอากาศแบบรู้ร้อนและรู้หนาว

เรื่องและภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์

สวนศิลป์บ้านดิน โทร. 0 3239 7668


Click to enlarge

การได้อยู่กับธรรมชาติ เรียนรู้วิถีชีวิตของคนพื้นบ้าน ได้มองท้องฟ้าในมุมมองที่ต่างไปจากเดิม รวมทั้งการสัมผัสกับอากาศที่เป็นจริงในสภาพแวดล้อม คือความสุขที่เริ่มหล่นหายไปตามกาลเวลา...เราจะหาสิ่งนี้ได้จากที่ไหนกัน?

 

คำตอบนั้นอยู่ไม่ไกลนัก แค่ขับรถออกจากกรุงเทพฯไปยังอ.เจ็ดเสมียน จ.ราชบุรีเพียงไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็จะได้พบกับบ้านพักที่ให้บรรยากาศแบบนั้น บ้านพักที่ไม่ได้เป็นจุดประสงค์เริ่มต้นของที่นี่...สวนศิลป์บ้านดิน แต่บ้านพักเหล่านี้ เติบโตขึ้นด้วยตนเองตามกาลเวลา

 

หลังจากที่ได้บ้านดินหลังเล็ก ๆ พร้อมที่ดินที่มีอาณาเขตกว้างขวางกว่า 3 ไร่เมื่อใช้ถ่ายทำละครโทรทัศน์เรื่อง “ตม” เสร็จแล้ว ครูมานพ มีจำรัสก็ขยับขยายสร้าง “ศาลากลางสวน” หรือโถงขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อสอนศิลปะแขนงต่าง ๆ แก่เยาวชน จากนั้นอาณาจักรที่มีชื่อว่า “สวนศิลป์บ้านดิน” แห่งนี้ก็เติบใหญ่ขึ้น


Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะสร้างบ้าน 15-20 ห้องเพื่อทำรีสอร์ท ผมบอกทุกคนว่าตรงนี้ไม่ใช่รีสอร์ท ไม่ใช่โรงแรม ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้เท่านั้นเอง ผมจึงไม่มีการจัดการแบบโรงแรม ทุกคนที่มาที่นี่จะรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่เรียบ ๆ ง่าย ๆ เป็นบ้านเท่านั้นเอง ตู้เย็นก็ไม่มี โทรทัศน์ก็ไม่มี” ครูมานพเล่าถึงที่มา

 

“มันเกิดขึ้นจากความต้องการของหลายคนคือผมมีบ้านดิน ผมมีโรงละครสำหรับสอนเด็กแล้ว ก็มีคนถามว่าถ้าเอาลูกมาเรียนแล้วจะมีที่ให้พักได้ไหม ผมเป็นคนที่ไม่ปฏิเสธคน จึงตอบว่ามี แล้วสร้างบ้านขึ้นมา จนเกิดเป็นบ้านต่าง ๆ ขึ้น รับคนได้ประมาณ 70 คน”

 

“บ้านต่าง ๆ” ของครูมานพเริ่มต้นที่ “บ้านปูนปั้น” ทางฝั่งขวามือของโรงละครที่ใช้สอนวิชาเด็ก ๆ ก่อน จากนั้นจึงผลิผลออกมาเป็น “บ้านไม้ไผ่” ทางซ้ายมือ บ้านพักเรียบง่ายแต่แสนน่าอยู่ด้วยธรรมชาติที่แวดล้อมเหล่านี้ ทางสวนศิลป์ บ้านดินเปิดบริการให้เช่าสำหรับใช้เป็นสถานที่ทำกิจกรรม, จัดเลี้ยง, ประชุมสัมนา ไปจนถึงพักแรม


Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

“บ้านปูนปั้นนั้น เราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นปูนปั้นหรอก อยากทำบ้านดิน แต่ได้มานอนที่บ้านดินแล้ว รู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร? ดินกับอากาศของเมืองไทยโดยเฉพาะที่ราชบุรี มันไม่ได้ค่อย ๆ ร้อน ค่อย ๆ เย็น ทำให้ดินค่อย ๆ แห้ง ค่อย ๆ เกาะตัว แต่อากาศที่ราชบุรีมันร้อนก็ร้อนเลย” ครูมานพเล่าถึงที่มาของบ้านปูนปั้น

 

อากาศที่ร้อนแบบปุบปับนี่เองทำให้ดินแห้งด้วยความรวดเร็ว ไม่เกาะตัวและร่วงระเนระนาดไปหมดทำให้บ้านไม่คงทน ครูมานพจึงคิดแก้ปัญหาด้วยการใช้ปูนเป็นส่วนผสมในการก่อสร้าง “แต่โครงสร้างต่าง ๆ ยังอยากได้แบบฟรีแฮนด์อยู่ เลยทำเป็นบ้านปูนผสมดินขึ้นมา” ครูมานพว่า

 

บ้านปูนปั้นที่ออกมามีสีขาวอมเหลือง ดูนวลตาน่าพักผ่อน รูปทรงของบ้านดูพลิ้วไหวกลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้างไม่น้อย โดยเฉพาะบริเวณด้านบนที่ปูด้วยใบจาก ที่เก๋ไปกว่านั้นคือลวดลายที่ฝังลงไปในเนื้อปูนปั้นให้อารมณ์ของงานศิลป์ไม่น้อย บ้านที่ทำจากปูนผสมดินเช่นนี้ดูแลรักษาง่ายกว่าบ้านดินต้นฉบับ แต่อยู่แล้วรู้สึกเย็นเหมือนกัน


Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

แต่บ้านปูนปั้นที่ก่อสร้างขึ้น บางเวลาก็ไม่สามารถรองรับความต้องการได้ทั้งหมด ครูมานพจึงขยายห้องพักเพิ่มอีก ครั้งนี้เขามีคอนเซ็ปต์ในใจว่าอยากให้คนมาพัก “มาถึงราชบุรี” จริง ๆ โดยใช้ความทรงจำในวัยเด็กเป็นแบบร่างของบ้านพักชุดใหม่จนออกมาเป็นบ้านไม้ไผ่

 

“ตอนเด็ก ๆ ผมมาบ้านยายที่นี่ เดินบนพื้นไม้ไผ่แล้วกรอบแกรบ ๆ แถมยังสามารถฉี่ได้ตรงนั้นเลยเพราะพื้นไม้ไผ่เป็นร่อง ๆ ผมรู้สึกว่าทำไมอยู่บ้านยายง่ายจังเลย เวลาฝนตกก็เห็นน้ำที่ตกลงมาสีเหมือนชาดำเย็นซึ่งเป็นสีใบจาก ผมรู้สึกว่าถ้าทำห้องพักหลังต่อไป อยากให้ได้ฟีลลิ่งของการกลับมาราชบุรี” ครูมานพว่า

 

เมื่อคิดได้ดังนั้น ครูมานพจึงสร้างบ้านไม้ไผ่ขึ้นมาเพื่อที่เขาจะได้ “อยู่ในบรรยากาศที่เคยอยู่” รวมทั้งอยาก “แชร์ความรู้สึกตรงนี้ให้คนพักอาศัย” ด้วย มันอาจจะเป็นความสุขเล็ก ๆ ความสุขน้อย ๆ ที่เลือนหายไปกับกาลเวลา เป็นความสุขที่ไม่ได้ขึ้นบนความสะดวกสบายมากนัก...เพราะอย่างที่บอกบ้านพักเหล่านี้ไม่มีแอร์ ไม่มีตู้เย็น


Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของบ้านไม้ไผ่ก็คือ “มันเป็นบ้านบนอัฒจันทร์” ครูมานพอธิบายว่า “ผมเป็นคนโรงละคร เคยอยู่บนอัฒจันทร์ บ้านไม้ไผ่ของผมจึงสร้างอยู่บนอัฒจันทร์ คนที่มาดูก็รู้สึกว่ามันเก๋ดี คือผมโตมาแบบร่วมสมัยจึงไม่ยึดติดว่าบ้านไม้ไผ่ต้องอยู่ริมน้ำหรืออยู่กับดินกับทรายอย่างเดียว”

 

ความเก๋ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นเพราะครูมานพขนานนามบ้านไม้ไผ่เหล่านี้ว่า “บ้านรู้ร้อนรู้หนาว” เขาให้เหตุผลว่า “มันไม่มีแอร์ ไม่มีอะไร เหมือนบ้านนอกจริง ๆ ผมอุทานออกมาคำนึงว่ามันทำให้เรารู้ร้อนรู้หนาวจริง ๆ อากาศร้อนเราก็รู้สึกร้อน อากาศเย็นก็ทำให้รู้สึกเย็นตาม บ้านไม้ไผ่ทำให้เรารู้สึกเป็นไปตามธรรมชาติ”

 

นานแค่ไหนแล้วที่เราได้สัมผัสอากาศในบ้านที่เป็นอากาศจริง ๆ ไม่ใช่อากาศที่ถูกปรับออกมาให้เย็น นี่คือสิ่งที่สามารถค้นหาได้ในบ้านพักของสวนศิลป์บ้านดิน “ผมอยากให้ทุกคนสะท้อนตัวเอง ที่ทุกคนบอกว่าโลกมันร้อน จริง ๆ แล้วพวกเราทำให้โลกร้อน มันถึงวลาแล้ว ที่เราจะวัดอุณหภูมิโลกด้วยตัวเราเอง” ครูมานพปิดท้าย




เรื่องที่เกี่ยวข้อง
บ้านดินสอนศิลปะ
ศิลปะสำหรับผมคือทุกสิ่งทุกอย่าง...จากใจศิลปินดีเด่น