ชีวิตบนวีลแชร์ของไฮโซคนดัง

เรื่องและภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์


Click to enlarge

เมื่อถามผู้หญิงคนนี้ว่าหากให้เขียนเครดิตต่อท้ายชื่อของเธอ อยากให้เขียนว่าอะไร คำตอบของเธอคือ “นักธุรกิจ, นักสังคมสงเคราะห์, นักแสดง, พิธีกรและดีเจ” คำตอบยืดยาวและ “หลายบทบาท” อย่างนี้บ่งบอกได้ถึงความเป็นคุณดรุณี กฤตบุญญาลัยไม่น้อย

 

หลาย ๆ คนอาจจะมองผู้หญิงไฮโซคนนี้ว่าเป็นคนเวอร์ ๆ หรือเป็นคน “เซลฟ์ ๆ” แต่หากลองได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงแล้วจะรู้ว่าคุณดรุณีหรือ “พี่ดา” คนนี้เป็นคนที่อารมณ์ดีและมีความแอคทีฟอย่างเหลือล้น (ก็ดูจากหน้าที่การงานที่เธอทำสิ...ไม่แน่ ลองไปถามเธอวันนี้ เธออาจจะใส่เครดิตเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ว่ามาข้างต้นแล้วก็ได้)

 

แต่พี่ดาในวันนี้ต้องหยุดความแอคทีฟเอาไว้นิดนึงเพราะไม่สามารถเดินเหิร ไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเองสักพักหนึ่ง เพื่อนคู่ใจที่พี่ดาต้องพกไปด้วยตลอดเวลาแบบขาดไม่ได้ก็คือ “วีลแชร์” ใช่แล้ว!...เจ้าเก้าอี้ล้อเลื่อนที่คนพิการใช้ในการขับเคลื่อนตนเองนั่นเอง...พี่ดากลายเป็นคนพิการชั่วคราวไปซะแล้ว!


Click to enlarge

“ขาพี่หัก 3 ท่อนค่ะ...หักอย่างแรงเลย ต้องดามเหล็กยาวตั้งคืบถึงนี่แน่ะ” พี่ดาบอกอาการพร้อมกับออกไม้ออกมือประกอบตามแบบฉบับของคนที่เคยทำอะไรคล่องแคล่วว่องไวมาก่อน “นี่ 3 เดือนแล้วยังเดินไม่ได้ ต้องไปกายภาพบำบัดอาทิตย์ละ 3 วัน คุณหมอบอกว่า 4 เดือนถึงจะเดินได้ค่ะ”

 

สาเหตุของอาการ “หัก” ครั้งนี้เกิดขึ้นหน้าอำเภอ...ไม่ใช่...พี่ดาไม่ได้ไป “พบรักที่หน้าอำเภอ” แบบเพลงสุดฮิตในอดีตของราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์หรอก แต่เธอประสบอุบัติเหตุ “ตกบันได” ที่หน้าที่ทำการเขตต่างหาก วันนั้นเธอพกลูกน้องสาวร่างท้วมไปด้วยหนึ่งคนและเรื่องมันมีอยู่ว่า...

 

“พี่ดาไปทำธุระที่เขตประเวศค่ะ” พี่ดาเกริ่น แม้จะระบุชื่อเขตเสมอทุกครั้งที่เล่าเรื่องนี้ แต่เธอบอกเสมอเช่นกันว่าไม่ได้ติดใจอะไรกับเรื่องนี้ “โดยธรรมชาติของพี่ดาเองแล้วเป็นคนที่ชอบใส่รองเท้าส้นสูงมาก อย่างต่ำ ๆ ก็ 3 นิ้ว แล้วบันไดของเขตมันชำรุด มันแยก ๆ แล้วแต่ละขั้นก็ไม่เท่ากัน”


Click to enlarge

เดาต่อไปได้ไม่ยากว่าความไม่เท่ากันของขั้นบันไดทำให้ไฮโซคนนี้ก้าวพลาด ขณะที่เริ่มจะเซ ลูกน้องคนที่ไปด้วยพยายามอย่างเต็มที่ที่จะดึงมือเธอไว้ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างมันช้าไปเสียแล้ว คุณดรุณีไปจนสุดมือของลูกน้องคนนั้น เธอเล่าวินาทีสุดระทึกนี้ให้ฟังว่า

 

“คิดว่าต้องหงายลงไปแน่ ๆ ก็เลยนำวิชานางเอกละครมาใช้ เก็บหน้ากับเก็บมือเพื่อไม่ให้มือและดั้งหัก แล้วก็ลงไปอย่างนั้นเลย พอหงายตูมลงไป กำลังมึน ๆ ลุกขึ้นมา อ้าว! ทำไมน้องที่ฐานดูมั่นคงเสียหลักด้วยล่ะคะ เค้าหงายลงมาด้วย ก้นทั้งก้นทับอยู่กลางหน้าแข้งเลยค่ะ” พี่ดาเล่าพร้อมออกท่าทางประกอบ

 

ด้วยน้ำหนักที่แสนหนักของคนทับบวกกับจุดที่โดนทับดูช่างเปราะบางเหลือเกิน คุณดรุณีจึงต้องใช้ชีวิตแบบ “คนขาหัก” ตั้งแต่วินาทีนั้น ลูกน้องคนสนิทแสนเสียใจที่เป็นต้นเหตุ แต่คนหักกลับมองว่ามันก็แค่เรื่องอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา...หากประมาท


Click to enlarge

ชีวิตที่ไม่สามารถเดินเองได้นั้นช่างสร้างความหงุดหงิดใจเสมอ พี่ดาก็เช่นกัน แต่ด้วยความที่เป็นคนอารมณ์ดีตลอดเวลา เธอจึงพยายามหาแง่มุมดี ๆ ปลอบใจตนเอง รวมทั้งใช้เป็นกำลังใจเพื่อต่อสู้ให้ผ่านช่วงเวลาแสนทรมานเช่นนี้ไป แม้ช่วงแรก ๆ จะยากลำบากก็ตามที

 

“ช่วงแรก ๆ เจ็บขามากต้องนอนอยู่บนเตียง จะลงวีลแชร์เองก็ไม่ได้นะ ไปไหนมาไหนก็ต้องอุ้มกันไป จนถึงวันที่เริ่มตะกายจากเตียงลงมาบนวีลแชร์เองได้ วีลแชร์นี่ต้องอยู่ข้างเตียงตลอดเลยนะเพราะด้วยขาที่ยังเจ็บมาก ๆ พี่ดาไม่สามารถลงจากเตียงแล้วคลานไปหาวีลแชร์ได้เลย” พี่ดาระบายความรู้สึก

 

เหตุการณ์นั้นทำให้ไฮโซคนนี้รู้ถึงความลำบากของการเคลื่อนไหวด้วยตัวเองไม่ได้ เธอบอกว่า “ความรู้สึกของคนพิการเป็นอย่างไร...พี่รู้ดีแล้วค่ะ ถามว่าทรมานใจไหม? มันน่าจะเป็นอย่างนั้นเพราะมีหลายสิ่งที่ทำเองไม่ได้ แต่ด้วยความเป็นผู้ใหญ่อารมณ์ดี จึงมองว่าชีวิตมันต้องเจอทั้งสิ่งดีและสิ่งร้าย พี่ดาก็จะไม่คิดมาก”


Click to enlarge

แม้จะไม่คิดมากแต่คุณดรุณีก็ยอมรับว่า “ความพิการ” เช่นนี้อาจจะทำให้อนาคตลำบากไปจนถึงดับวูบได้เช่นกัน รวมทั้งอาจจะส่งผลไปถึงครอบครัว, คนที่ต้องดูแล ไปจนถึงกิจการต่าง ๆ ที่ต้องรับผิดชอบด้วย หรืออย่างน้อยที่สุดชีวิตต้องเผชิญกับความขลุกขลักต่าง ๆ นานาแน่นอน

 

แม้จะต้องใช้ชีวิต 3 เดือนที่ผ่านมาแบบ “คนพิการชั่วคราว” แต่พี่ดายังเป็นผู้ใหญ่อารมณ์ดีคนเดิม ที่มีแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราะและเสียงเจื้อยแจ้วเสมอ ๆ ทุกครั้งที่ได้พบกับผู้คน จนหลาย ๆ คนอดคิดไม่ได้ว่า “นี่น่ะหรือคนขาหัก?” ไฮโซคนดังฝากบอกเคล็ดลับรวมทั้งให้กำลังใจคนพิการทุกคนว่า

 

“พี่ดาเคยไปงานเกี่ยวกับคนพิการ เห็นเค้าเอาปากคาบพู่กันวาดรูปได้ วาดสวยกว่าพี่อีก เพราะฉะนั้นอย่าสิ้นหวัง อย่าสิ้นกำลังใจ พี่ดาบอกตัวเองว่าแม้ขาของเราเป็นอะไร แต่มือยังทำงานได้ ตายังมองเห็น คนเราอยู่บนโลกนี้ไม่จำเป็นต้องครบ 32 ถึงจะทำอะไรได้ อยากให้มีกำลังใจเหมือนที่พี่ดามีกำลังใจในวันนี้ค่ะ”