ตกแต่งโรงงานให้แสนสุข

เจ้าของโรงงาน บ.อำนาจชัยกิจ กรุงเทพฯ จำกัด

ออกแบบโดย บ.สุจินต์ โอสถารยกุล สถาปนิก จำกัด

เอื้อเฟื้อข้อมูลและภาพโดย สมาคมสถาปนิกสยามฯ


Click to enlarge

“โรงงาน” ใครว่าต้องมีรูปแบบการก่อสร้างสถาปัตยกรรมแบบเรียบ ๆ น่าเบื่อเสมอไป นั่นมันความคิดเก่า ๆ แล้ว ปัจจุบันมีการนำดีไซน์และการออกแบบที่ลงตัวมาใช้กับการก่อสร้างโรงงาน ทั้งนี้เพื่อตอบสนองในเรื่องของฟังก์ชัน, การประหยัดพลังงาน รวมทั้งเพิ่มบรรยากาศในการทำงานให้กับคนงานด้วย

 

ที่ดินว่างเปล่าขนาด 2,100 ตารางเมตรหลังโรงงานเฟอร์นิเจอร์ของบริษัทอำนาจชัยกิจในซอยลาดพร้าว 101 ถูกบริษัทขยับขยายให้ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ด้วยการก่อสร้างเป็นอาคารที่ใช้ประกอบชิ้นส่วนงานไม้และงานทำสี ตลอดจนส่วนรับประทานอาหารของพนักงานและส่วนเก็บของของบริษัท

 

อาคาร ACB Furniture Workshop หลังนี้ถูกมอบหมายให้บ.สุจินต์ โอสถารยกุล สถาปนิก จำกัดดูแลงานด้านสถาปัตยกรรม, บ.เชรี จำกัดดูแลด้านวิศวกรโครงสร้างและบ.ประหยัดก่อสร้าง จำกัดเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้งบประมาณค่าก่อสร้างประมาณ 17 ล้านบาท


Click to enlarge Click to enlarge

จุดเด่นของอาคารโรงงานทำเฟอร์นิเจอร์แห่งนี้ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2548 ก็คือความเป็นอาคารอุตสาหกรรมที่ลดต้นทุนด้านการ Operation ลง ไม่ว่าจะเป็นแสงสว่าง ปัจจัยสำคัญในขบวนการผลิตงาน, การป้องกันเสียงที่จะออกไปรบกวนชุมชนรอบข้าง รวมทั้งสภาวะความน่าอยู่เพื่อจูงใจให้พนักงานรู้สึกอยากทำงาน ฯลฯ

 

สถาปนิกของบริษัท สุจินต์ โอสถารยกุล สถาปนิก จำกัดคำนึงถึงคุณภาพชีวิตการทำงานภายในอาคารที่ถูกใช้งานตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนไม่น้อย เช่นเดียวกับการออกแบบอาคารดังกล่าวที่ต้องดูไม่แปลกแยกหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนพักอาศัยโดยรอบ

 

ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจึงเป็นอาคารโรงงานที่มีความลงตัวทั้งกับบริบทแวดล้อม, ความเป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมและชุมชน, การใช้งาน, การอยู่อาศัย (เพื่อทำงาน) จนได้รับรางวัลเหรียญเงินสถาปัตยกรรมที่สมควรเผยแพร่ ประเภทอาคารอุตสาหกรรมจากสมาคมสถาปนิกสยามฯ


Click to enlarge Click to enlarge

ทีมงานสถาปนิกวาง Architectural Concept ให้ตัวอาคารไว้เป็น “Tropical Industrial Building” ทั้งนี้เนื่องจากสภาพที่ดินและความต้องการพื้นที่ใช้สอยบีบให้สถาปนิกต้องวางตัวอาคารให้หันหน้าไปทางทิศตะวันตกตลอดแนวความยาวของอาคาร ปัญหานี้ถูกแก้ไขด้วยการ...

 

1. ออกแบบชายคาให้ยื่นยาวออกไปเพื่อป้องกันแดดตะวันตก ตลอดจนการใช้ช่องแสงกระจกฝ้าใต้ชายคาเพื่อกรองแสงที่สาดเข้าไปกระทบฝ้าภายใน ก่อให้เกิดการกระจายแสงธรรมชาติอย่างทั่วถึง สร้างประโยชน์ให้กับการทำงานโดยไม่ต้องพึ่งพลังงานไฟฟ้ามากจนเกินไปนัก

 

2. ใช้อิฐบล็อกช่องลมช่วยทำให้เกิดการถ่ายเทอากาศตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดสภาวะความน่าสบายสำหรับผู้ที่ทำงานอยู่ภายใน นอกจากนี้ยังใช้อิฐบล็อกช่องแสงกระจกฝ้าด้วย เพื่อทำหน้าที่กรองแสงที่ร้อนแรงของแดดทิศตะวันตกผ่านรูเล็ก ๆ ของกระจกฝ้าให้กระจายไปทั่วทั้งผนัง


Click to enlarge Click to enlarge

แสงที่ถูกกรองนี้ให้แสงสว่างมากเพียงพอสำหรับการทำงานในเวลากลางวันโดยไม่ต้องพึ่งพาแสงจากพลังงานไฟฟ้า การแก้ปัญหาไม่ได้ถูกจำกัดแค่การวางตัวของอาคารให้หันหน้าไปทางทิศตะวันตกตลอดแนวยาวเท่านั้น แต่ยังมีการแก้ปัญหาเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเพื่อนบ้านด้วย

 

ด้านหลังของอาคารซึ่งมีเนื้อที่ติดกับที่ดินและบ้านเรือนในละแวกข้างเคียง ถูกออกแบบให้เป็นผนังทึบเพื่อป้องกันเสียงเล็ดลอดออกไปรบกวนชาวบ้าน ทำให้โรงงานวางตัวอยู่ในชุมชนได้อย่างเป็นมิตร รวมทั้งไม่ถูกต่อต้านจากชาวบ้านเพราะการถูกรบกวนด้วยมลภาวะทางเสียงอีกด้วย

 

Economical and Self-sufficient Construction System สะท้อนรูปแบบอาคารอุตสาหกรรมผ่านการเลือกใช้วัสดุและวิธีการก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง ค.ส.ล., พื้นหินขัดและผนังอิฐบล็อก ทั้งหมดนี้เป็นวัสดุที่ประหยัด, คงทน, ดูแลรักษาง่ายและหาได้ง่ายในท้องถิ่น


Click to enlarge Click to enlarge

Technology and Craftsmanship เป็นระบบการก่อสร้างที่ผสมผสานกันของผนังก่ออิฐบล็อกกับโครงสร้างเหล็กในส่วนหลังคา สะท้อนปรัชญาการทำงานขององค์กรที่มีความทันสมัยแต่คงไว้ซึ่งความละเอียดอ่อนของงานช่างแบบโบราณ ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัทได้ด้วย

 

การออกแบบตัวอาคารยังสอดแทรกความเก๋ด้วย “Natural Phenomena” ปรากฏการณ์ของแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านผนังในยามกลางวันและค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีฟ้าเข้มในยามเย็น รวมทั้งแสงจากภายในอาคารที่ลอดตามรูผนังออกมาภายนอกในเวลากลางคืน ก่อให้เกิดบรรยากาศที่ดี ทำให้พนักงานภายในโรงงานได้ทำงานอย่างชนิด "รู้เดือนรู้ตะวัน"

 

คณะกรรมการพิจารณามอบรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นให้ความคิดเห็นกับอาคารหลังนี้ว่า “มีความคิดด้านความพอเพียงทั้งรูปแบบอาคารและการใช้วัสดุ เป็นการนำของเก่าที่มีอยู่ดั้งเดิมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ รูปแบบสถาปัตยกรรมเรียบง่าย กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมของเมือง”