สถาปัตยกรรมทรงคุณค่ารำลึกสมเด็จย่า

ออกแบบโดย บ.นนท์-ตรึงใจ สถาปนิกและนักวางแผน จำกัด

โดย คุณนนท์ บูรณสมภพ, ศ.ดร.ตรึงใจ บูรณสมภพและคุณอดิศักดิ์ ชุ่มศิริ

เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย สมาคมสถาปนิกสยามฯ

ภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์


Click to enlarge

เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเคยใช้ชีวิตอยู่ในบ้านบริเวณหลังวัดอนงคาราม เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ภาพของบ้านน้อยหลังนี้ถูกถ่ายทอดให้เห็นเด่นชัดผ่านหนังสือ “แม่เล่าให้ฟัง” พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

 

บ้านน้อยหลังนี้ถูกจำลองขึ้นใหม่ภายใน “อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับบ้านเดิมของพระองค์ในชุมชนหลังวัดอนงคารามจริง ๆ โครงการนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องจากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งให้สำรวจสถานที่ที่ “สมเด็จย่า” เคยประทับเมื่อครั้งทรงพระเยาว์

 

การสำรวจชุมชนในท้องที่นั้นพบว่ามีความแตกต่างจากชุมชนอื่นไม่น้อยเพราะประกอบไปด้วยชาวไทย, จีน, มุสลิมและลาวซึ่งสมัยก่อนเคยอาศัยร่วมกันอย่างสงบสุขตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 แต่ปัจจุบันอาคารบ้านเรือนรวมทั้งกิจกรรมที่เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของชุมชนนับวันจะเปลี่ยนไป สมควรจะได้ศึกษาเพื่อฟื้นฟูหรืออนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป


Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

คณะทำงานอนุรักษ์ผู้รับสนองพระราชดำริได้ทำการสำรวจจนสืบทราบตำแหน่งที่แน่นอนของบ้านเดิมของสมเด็จย่า แต่น่าเสียดายที่บ้านหลังนั้นถูกรื้อไปแล้ว โดยมีตึกแถว 2 ชั้นขึ้นมาแทนที่ บริเวณใกล้ ๆ พบอาคารตึกแถวชั้นเดียวในบริเวณอาคารกลุ่มที่ทรุดโทรมมีรูปร่างใกล้เคียงกับ "บ้าน" ในหนังสือ "แม่เล่าให้ฟัง" ไม่น้อย

 

เจ้าของที่ดินบริเวณนี้คือคุณแดงและคุณเล็ก นานาเมื่อทราบเรื่องจึงน้อมเกล้าถวายที่ดินขนาด 4 ไร่บริเวณนั้นแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่ออนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีตามพระราชประสงค์ต่อไป

 

โดยก่อนจะมีการปรับสภาพพื้นที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริในการจัดการพื้นที่แห่งนี้แก่สถาปนิก จากนั้นสถาปนิกจึงได้ทำการออกแบบและปรับปรุงบนพื้นฐานของสิ่งที่มีอยู่ในพื้นที่เดิม ทั้งอาคารเก่าและต้นไม้ใหญ่ ทำให้เกิดการอนุรักษ์อาคารเก่า ปรับประโยชน์ใช้สอยและหน้าตาอาคารเดิมบางส่วนขึ้น


Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

นอกจากนี้ยังมีการสร้างอาคารใหม่ลงบนพื้นที่เดิม โดยการจัดการทั้งหมดนี้คำนึงถึงบริบทของที่ตั้งเป็นสำคัญ ซึ่งผลลัพธ์ในการจัดการพื้นที่นี้ได้ก่อให้เกิดคุณค่าขึ้นหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นคุณค่าความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะสถาปัตยกรรม รวมทั้งด้านการเป็นแหล่งเรียนรู้และสถานที่นันทนาการของชุมชน เป็นต้น

 

แนวพระราชดำริในการจัดสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯนี้ก่อให้เกิดรูปธรรมของประวัติศาสตร์แห่งนิวาสสถานเดิมอย่างชัดเจน ทำให้ประวัติศาสตร์สามารถเล่าเรื่องผ่านตัวสถาปัตยกรรมและพิพิธภัณฑ์ที่จัดสร้างขึ้นภายในอาคารเดิมได้เป็นอย่างดี นับเป็นการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยเดิมที่เสื่อมโทรมให้มีคุณค่าขึ้นมาได้

 

การจัดการพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์นี้ไม่ได้ขีดเส้นกั้นไว้เป็นการเฉพาะโดยไม่ให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ แต่เป็นการจัดการให้อุทยานมีชีวิตสอดคล้องสัมพันธ์ไปกับชุมชน ทำให้ผู้คนในชุมชนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่อุทยานฯได้อย่างหลากหลายและกลมกลืน


Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

ลักษณะของสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ได้รับการจัดการอย่างสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่นี้ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จในการอนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรมทั้งรูปแบบและการใช้สอยที่ตั้งอยู่บนรากฐานทางประวัติศาสตร์เดิมอย่างสมสมัยจนได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมที่สมควรเผยแพร่ (ประเภทอนุรักษ์) จากสมาคมสถาปนิกสยามฯอย่างสมเกียรติ

 

แนวคิดทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจสำหรับอุทยานเฉลิมพระเกียรติแห่งนี้คือ รูปแบบทางสถาปัตยกรรมของอาคารเดิมซึ่งเป็นอาคารเรือนแถวมีพื้นติดดิน ส่วนหนึ่งได้อนุรักษ์ไว้ในสภาพเดิม โดยปรากฏให้เห็นเป็นซากอาคารที่ปรักหักพัง ภายในจัดแต่งให้มีสภาพใกล้เคียงกับ “บ้านเดิม” ในหนังสือ “แม่เล่าให้ฟัง” มากที่สุด

 

ในขณะที่ส่วนอาคารจัดแสดงหรือพิพิธภัณฑ์ได้ปรับสภาพเรือนแถวที่มีอยู่เดิม โดยยกหลังคาให้สูงโล่งเป็นโถงต่อเนื่องกันไปตลอดแนว มีทางเข้าออกเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกบริเวณกลางเรือนแถว โดยมีการเปลี่ยนแปลงวัสดุให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน


Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

นอกจากนี้ยังมีการปรับแก้ไขช่องเปิดบางส่วนให้สามารถรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ทำให้เกิดการเชื่อมต่อภายในกับสภาพแวดล้อมธรรมชาติภายนอกได้อย่างดี รวมทั้งมีการเลือกใช้วัสดุและสีที่กลมกลืนไปกับบริบทของที่ตั้ง อีกทั้งยังได้อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่, ซุ้มประตูและบ่อน้ำโบราณไว้ให้คงอยู่กับพื้นที่เดิม

 

สิ่งแวดล้อมเหล่านี้นี่เองที่สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การสร้างอาคารใหม่ในบริเวณมีการคำนึงถึงรูปแบบสถาปัตยกรรมเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่เป็นต้นแบบเพื่อให้อาคารมีความสอดคล้องสัมพันธ์กันทั้งหมด

 

คณะกรรมการพิจารณามอบรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นให้ความเห็นว่า “มีความสอดคล้องกลมกลืนกับบริบทโดยรอบ ต่อเนื่องเชื่อมโยงกับชุมชน รวมทั้งรักษาสภาพแวดล้อมเดิม เก็บรักษาต้นไม้ในพื้นที่ ซากปรักหักพังที่ไม่สามารถปรับปรุงให้คืนสภาพเดิมได้ก็มีการใช้สอยให้เป็นส่วนหนึ่งของสวนอย่างแนบเนียน”