บ้านดินผสม 2 วัฒนธรรม

เจ้าของบ้าน Mr.Luis Garcia Ernesto และคุณอรุณี บวรจตุวิช

ออกแบบบ้านโดย คุณดวงนภา ศิลปสายและคุณศุภชัย ชัยจันทร์

เอื้อเฟื้อข้อมูลและภาพโดย สมาคมสถาปนิกสยามฯ


Click to enlarge

ความรักจากต่างวัฒนธรรมของคู่สามี-ภรรยาคู่นี้ถูกเชื่อมต่อสายสัมพันธ์ด้วย “บ้านดิน” ในจังหวัดนครราชสีมา ฝ่ายชายมาจากดินแดนละตินอเมริกาอย่างเม็กซิโก ส่วนฝ่ายหญิงนั้นเป็นคนไทย และสถานที่ที่คนทั้งสองเลือกฝากชีวิตไว้ก็คือดินแดนไทย

 

ความเชื่อมต่อไม่กี่อย่างระหว่างไทยกับเม็กซิโกก็คือทั้ง 2 ประเทศชอบทานอาหารเผ็ดเหมือนกัน รวมทั้งภูมิอากาศของทั้งสองประเทศก็ “ร้อนตับแตก” เหมือนกัน ความเชื่อมโยงอันหลังนี้คือปัจจัยหนึ่งในการสร้าง “บ้านดินหลุยส์” หรือ “Luis's Adobe House” หลังนี้ขึ้น

 

บ้านดินแสนอบอุ่นขนาดพื้นที่ใช้สอย 160 ตารางเมตรหลังนี้ตั้งอยู่ที่ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีคุณดวงนภา ศิลปสายและคุณศุภชัย ชัยจันทร์เป็นสถาปนิก มีคุณรังสรรค์ ก้ามสันเที๊ยะและคุณวรพจน์ ศิลปสายเป็นทีมวิศวกร ภายใต้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 700,000 บาท


Click to enlarge Click to enlarge

ทีมสถาปนิกและทีมวิศวกรใช้เทคนิคการก่อสร้างจากดิน, คอนกรีตและเหล็กก่อนจะแล้วเสร็จให้คุณหลุยส์ การ์เซีย เอร์เนสโต้และคุณอรุณี บวรจตุวิช คู่สามี-ภรรยาเจ้าของบ้านได้ใช้อยู่อาศัยในปี 2548 บ้านหลังนี้โดดเด่นจนสมาคมสถาปนิกสยามฯต้องมอบรางวัลเหรียญเงินสถาปัตยกรรมที่สมควรเผยแพร่ ประเภทบ้านพักอาศัยให้อย่างสมเกียรติ

 

การสร้างบ้านดินนั้นมาจากความคิดที่ว่า “สถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่เวลานี้มีความหลากหลายและแตกต่างกันมากกว่าในอดีต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันเป็นไปตามรูปแบบของการปรับตัวและแปรเปลี่ยนไปตามลักษณะเฉพาะตัวของบุคคล”

 

พูดง่าย ๆ ก็คือรูปแบบของที่อยู่อาศัยไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความคิดเรื่องเงื่อนไขทางกายภาพอย่างง่าย ๆ หรือความบังเอิญ แต่มันเกิดจากเงื่อนไขทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างเป็นองค์รวม แม้ว่ารูปแบบของสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัย ส่วนหนึ่งจะเกิดจากการปรับตัวตามสภาพภูมิอากาศก็ตาม


Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

ปัจจัยอื่น ๆ ที่ถูกนำมาพิจารณาประกอบด้วยก็คือเทคนิควิธีในการปลูกสร้าง, วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นรวมถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างไรก็ตามแรงผลักดันเบื้องต้นนั้นกลับขึ้นอยู่กับมุมมองที่มีต่อสังคมและวัฒนธรรม จากนั้นจึงเป็นการปรับตัวให้สอดคล้องกับเงื่อนไขและสภาพภูมิอากาศ

 

และนั่นแหละที่ทำให้คุณหลุยส์ต้องการให้บ้านแสนรักของเขากับภรรยาชาวไทยเป็น “บ้านดิน” ทั้งนี้เพื่อตอบสนองต่อภูมิอากาศแบบร้อน ๆ ของเมืองไทย, วัสดุท้องถิ่นที่หาได้ไม่ยาก ไปจนถึงวิถีการดำรงชีวิตอยู่แบบเรียบง่ายของคู่สามี-ภรรยาต่างวัฒนธรรมคู่นี้

 

ในแง่มุมของการออกแบบและปลูกสร้าง แนวคิดเรื่องการผสมผสานถือเป็นแนวทางหลักที่ใช้ในการออกแบบ จะเห็นได้ว่ารูปทรงมีการผสมผสานระหว่างเส้นโค้งมนและเส้นตรง ซึ่งธรรมชาติของเส้นโค้งกับบ้านดินเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับความรู้สึก รวมถึงการปั้นและการก่อได้ง่ายในแง่เทคนิคของการก่อสร้าง


Click to enlarge Click to enlarge

ความโค้งมนของเส้นโค้งที่ใช้ในตัวบ้านให้บรรยากาศที่นุ่มนวลภายในบ้าน แสดงให้เห็นถึง “ความเป็นบ้าน” ส่วนความตรงที่ดูแข็งแกร่งของเส้นตรงก็ให้ความรู้สึกว่านี่คือสถาปัตยกรรมที่สามารถตอบโจทย์ของความเป็นที่อยู่อาศัยให้กับผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี

 

เมื่อผสมผสานกับพื้นที่ที่บ้านตั้งอยู่ด้วยแล้ว สามารถพูดได้เต็มปากว่าบ้านดินหลังนี้ดูไม่แปลกแยกจากบริบทที่แวดล้อมอยู่เลย แม้จะมีเจ้าของบ้านเป็นชาวจังโก้ที่อาจจะดูแปลกถิ่นอยู่บ้างทั้งรูปลักษณ์, สัญชาติหรือภาษาก็ตามที (บางครั้งอาจจะรวมไปถึงวิถีชีวิตด้วย)

 

การปลูกสร้างบ้านดินหลังนี้จัดว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงมากับวิถีชีวิตที่แตกต่างอย่างเข้าใจระหว่างคู่สามี-ภรรยาชาวเม็กซิกันและไทย ทั้งสองต่างแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ทำให้สถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยมีคุณค่าในเชิงสัญลักษณ์ในตัวเองภายใต้บริบททางสังคมและวัฒนธรรม


Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจึงเป็นความคิดทั้งหมดที่หล่อหลอมให้เกิดเป็นบ้านดินหลุยส์หลังนี้ขึ้นมา บ้านดินที่คุณหลุยส์และคุณอรุณีใช้เป็นสถานที่สร้างครอบครัวเล็ก ๆ, เป็นสถานที่ให้ไออุ่นในถิ่นที่ช่างห่างไกลบ้านเกิดเหลือเกินของฝ่ายชายและเป็นสถานที่ที่รวบรวมความสุขเอาไว้อย่างมากล้น

 

คณะกรรมการให้เหตุผลในการมอบรางวัลเหรียญเงินสถาปัตยกรรมที่สมควรเผยแพร่ ประเภทบ้านพักอาศัยแก่บ้านหลังนี้ไว้อย่างน่าฟังว่า "เป็นบ้านดินที่มีแนวคิดเหมาะกับชนบท สอดคล้องกับเงื่อนไขและสภาพภูมิอากาศ คอนเซ็ปต์การใช้วัสดุน่าสนใจ”

 

การผสมผสานที่ลงตัวของ 2 วัฒนธรรมแบบนี้นี่เองนอกจากจะทำให้บ้านดินหลังนี้ออกมาสวยงาม ลงตัวแล้ว ความรักของคู่สามี-ภรรยาคู่นี้ก็ดูสวยงาม ลงตัวไม่แพ้กันเพราะการดำรงอยู่ในปัจจุบันมีหลักใหญ่ ๆ ก็คือ “จะแชร์ความแตกต่างให้ลงตัวได้อย่างไร?” นั่นเอง