ฐานทัพบ้านพักตากอากาศลับ

เจ้าของบ้าน Mr.Stefan Pirker

ออกแบบบ้านโดย บริษัท อินทีเรีย อาร์คิเทคส์ 49 จำกัด

ออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมโดย บริษัท จารุ-ภากร จำกัด

เอื้อเฟื้อข้อมูลและภาพโดย สมาคมสถาปนิกสยามฯ


Click to enlarge

ความสุขในวันพักผ่อนมีหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือการได้หย่อนใจในบรรยากาศแบบได้มองเห็นท้องทะเลสีฟ้าครามตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสดใส พร้อมกับฟังเสียงคลื่นซัดกล่อมเบา ๆ เป็นจังหวะ ๆ บ้านพักตากอากาศบนชายหาดนับว่าเป็นสวรรค์น้อย ๆ

 

คุณสเตฟาน ปีร์เคอร์ นักธุรกิจเชื้อสายเยอรมัน-บังกลาเทศ แต่มาใช้ชีวิตและมีธุรกิจ, ทำหน้าที่การงานใประเทศไทยเป็นอีกคนหนึ่งที่เลือกรูปแบบการพักผ่อนช่วงวันหยุดเช่นนี้ เขารักท้องทะเลและทำการซื้อที่ดินในอ่าวป่าตอง จ.ภูเก็ตไว้ผืนหนึ่งเพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว

 

การเดินทางมาทำธุรกิจในละแวกเอเชียมาตลอดนั้นทำให้คุณสเตฟาน “ฟันธง” ว่าไม่มีทะเลใดที่เปรียบได้ดั่งสรวงสวรรค์เท่าทะเลไทย เขาจึงเลือกทะเลป่าตองแห่งนี้โดยต้องการที่พักผ่อนที่มีความเป็นส่วนตัว มี Facility ครบครันในระดับที่สามารถจัดเลี้ยงรับรองแขกได้


Click to enlarge Click to enlarge

นักธุรกิจเชื้อสายเยอรมัน-บังกลาเทศท่านนี้ยังวางแผนไปไกลกว่านั้นคือต้องการให้บ้านพักตากอากาศหลังนี้แปรเปลี่ยนไปเป็นบ้านที่อยู่อาศัยอย่างถาวรได้ด้วย เพื่อเขาจะได้ใช้ชีวิตช่วงหลังเกษียณในวิมานแสนสวยงามแห่งนี้ วิมานที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างล้นเหลือ

 

บริษัท อินทีเรีย อาร์คิเทคส์ 49 จำกัดจึงได้รับมอบหมายให้มาดำเนินการเรื่องสถาปัตยกรรม ในขณะที่บริษัท จารุ-ภากร จำกัดเป็นบริษัทที่รับผิดชอบเรื่องภูมิสถาปัตยกรรมทั้งหมด โดยความคิดแรกที่คุณสเตฟานให้ไว้ก็คือ “บ้านพักตากอากาศที่ต้องการนั้นต้องมีความเป็นไทย”

 

แต่ความเป็นไทยนั้นต้องมีความทันสมัย, ความสะดวกสบายและความสง่างามรวมอยู่ด้วย หลังจากได้รับโจทย์จากเจ้าของบ้านแล้ว ทีมสถาปนิกก็ได้เข้าสำรวจพื้นที่และสภาพแวดล้อม สิ่งที่คนทั้งหมดรู้สึกก็คือ “เกิดความรักและอยากเก็บสภาพของป่า ณ วันแรกที่เข้าสำรวจพื้นที่ไว้ให้เหมือนเดิมทุกประการ”


Click to enlarge Click to enlarge

ความรู้สึกแบบนี้ทำให้บ้านพักตากอากาศบนพื้นที่ขนาด 2,700 ตารางเมตรหลังนี้มีคุณสมบัติพิเศษขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง นี่ไม่ใช่บ้านที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติเท่านั้นแต่เป็นบ้านที่ “แฝงเร้น” และ “กลมกลืน” เป็นการ “พรางตัว” อยู่ในธรรมชาติอย่างเหมาะสมและลงตัว

 

ความงดงามของสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นมาผสมผสานกับคอนเซ็ปต์การพรางตัวบ้านไว้ในธรรมชาตินั้น โดดเด่นเพียงพอที่จะได้รับเกียรติจากสมาคมสถาปนิกสยามฯให้มอบรางวัลเหรียญเงินสถาปัตยกรรมที่สมควรเผยแพร่ ประเภทบ้านพักอาศัยให้อย่างเต็มภาคภูมิ

 

แนวความคิดของการพรางตนและเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับป่าโดยรอบเริ่มต้นด้วยการที่ทีมงานลงสำรวจที่ดินเพื่อทำการกำหนดโขดหินล้อมใน Site เพื่อให้กลายเป็นองค์ประกอบของบ้าน รูปทรง, เส้นระนาบแนวนอนและสีของอาคารถูกเลือกเพื่อสร้างความกลมกลืน...จนดูหายไปกับบริบทรอบ ๆ


Click to enlarge Click to enlarge

สิ่งที่โดดเด่นไม่น้อยคือบ้านหลังนี้ถูกออกแบบให้ “ไม่สามารถมองเห็น” ได้จากจากอ่าวป่าตอง ต้นไม้และหินถูกนำมาใช้และรักษาเพื่อทำให้พื้นที่นี้มีเอกลักษณ์แบบพรางตาซ่อนตัวอยู่ได้ แม้ว่าพื้นที่ใช้สอยของอาคารจะมากเพียงใด แต่ความพยายามของการซ่อนตัว-พรางตัวก็เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ธรรมชาติที่น่าสนใจของที่ดิน เช่น ต้นไม้, โขดหิน, ทิวทัศน์และแสงแดดถูกนำมาเป็นองค์ประกอบหลักในการกำหนด การใช้สอย รวมทั้งการเข้าถึงด้วย มีการสร้างจุดสนใจให้อยู่ตรงบริเวณกลางบ้านซึ่งมีการเปิดช่องแสงจากเบื้องบนทำให้เกิดความรู้สึกถึงท้องฟ้าอันกว้างใหญ่

 

จึงไม่น่าแปลกใจอะไรหากผู้อยู่อาศัยเดินลัดเลาะลงมาจากบันไดผ่านโขดหินและต้นไม้แล้วจะทำให้เกิดความรู้สึกเสมือนอยู่ในธรรมชาติที่สร้างความต่อเนื่องของความเป็นภายนอกและภายในอย่างแยกไม่ออก “บ้าน” เป็นเสมือนดั่ง “ธรรมชาติ” และ “ธรรมชาติ” เป็นเสมือนดั่ง “บ้าน”


Click to enlarge Click to enlarge

พื้นที่ใช้สอยในบ้านหลังนี้ประกอบด้วยห้องรับแขก, ห้องอาหาร, ห้องครัว, ห้องนอน 4 ห้องนอนและสระว่ายน้ำ โดยแยกส่วนยามและพื้นที่คนรับใช้ให้อยู่บริเวณหน้าบ้าน เนื่องจากโดยส่วนใหญ่แล้วเจ้าของบ้านมักไม่อยู่ พื้นที่ส่วนเซอร์วิสจึงเปรียบเสมือนป้อมยามรักษาการไปในตัว

 

ค่าก่อสร้างสำหรับบ้านพักตากอากาศหลังนี้ตกประมาณ 110 ล้านบาท ใช้เทคนิคการก่อสร้างด้วยระบบเสาคานและโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กฉาบเรียบ ส่วนวัสดุก่อสร้างนั้น พื้นที่ภายนอกใช้ไม้สัก, หินแกรนิต, หิน Limestone เพดานเป็นไม้สักและยิปซัมฉาบเรียบ ผนังมีทั้งการก่ออิฐฉาบเรียบทาสี, ผนังก่อหินธรรมชาติและผนังบุไม้สัก

 

ความเห็นของคณะกรรมการพิจารณามอบรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นคือ "เป็นบ้านพักตากอากาศที่กลมกลืนและน่าอยู่ เป็นงานที่ลงตัวในแง่มุมของที่ดิน, การจัดบริเวณและรูปทรงอาคาร...ชอบคอนเซ็ปต์ที่ทำบ้านให้มองไม่เห็นจากด้านอื่น...คืออยู่ตรงไหนของเกาะภูเก็ตก็มองมาไม่เห็นบ้านหลังนี้ ซึ่งเป็นความคิดที่เข้าท่า-กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมและให้ความสำคัญต่อธรรมชาติ"