แบ่งคอร์ทแล้วใช้พื้นที่ให้คุ้ม

เจ้าของบ้าน ครอบครัวคุณชโลธร แผ้วสุวรรณ

ออกแบบบ้านโดย คุณศรีศักดิ์ พัฒนวศิน

ตกแต่งโดย คุณสันติ ติ๊บกันเงิน

เอื้อเฟื้อข้อมูลและภาพโดย สมาคมสถาปนิกสยามฯ


Click to enlarge

ย่านลาดพร้าว 71 ปัจจุบันเป็นแหล่งที่พักอาศัยที่เริ่มมีการขยายตัวสูงขึ้นจากศูนย์กลางของกรุงเทพฯ ครอบครัว “แผ้วสุวรรณ” ก็เป็นอีกครอบครัวหนึ่งที่มีบ้านอาศัยอยู่ในละแวกนี้ โดยสมาชิกในครอบครัวนี้ประกอบด้วยสามีที่เป็นนักธุรกิจ, ภรรยาที่เป็นแม่บ้านและลูกเล็ก ๆ อีก 2 คน

 

ความเป็นแหล่งที่พักซึ่งมีการขยายตัวเป็น “อย่างสูง” หมายความว่าขนาดที่ดินอยู่อาศัยสำหรับแต่ละบ้านก็จะมีสัดส่วนค่อนข้างเล็กตามไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนพื้นที่ใช้สอยภายในอาคาร การอยู่อาศัยให้เป็นสุขก็คือการพยายามแก้ปัญหาเรื่องสัดส่วนของขนาดที่ดิน

 

หากลองมองย้อนออกไปที่สภาพแวดล้อมรอบ ๆ ของที่ตั้งซึ่งมีความหนาแน่นค่อนข้างสูงจากบ้านที่รายล้อมบนที่ดินขนาดใกล้เคียงกัน โจทย์ของงานออกแบบจึงเป็นเรื่องของการสร้างสภวะแวดล้อมสำหรับอยู่อาศัยที่มีความสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวภายในอาณาเขตที่ดินกับการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติภายนอก


Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

ดังนั้น “การจัดวางผัง” จึงเป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบบ้านหลังนี้ และโจทย์ที่ถูกตีออกมาอย่างลงตัวด้วยคอนเซ็ปต์ “4C House” หรือ “บ้าน 4 คอร์ท” ก็ช่างเหมาะเจาะจนได้รับการยกย่องจากสมาคมสถาปนิกสยามฯให้ได้รับรางวัลเหรียญเงินสถาปัตยกรรมที่สมควรเผยแพร่ ในประเภทบ้านพักอาศัยด้วย

 

ทีมงานสถาปนิกเลือกที่จะสร้างสภาวะแวดล้อมขึ้นมาใหม่ภายในอาณาเขตที่ดิน การจัดวางตัวอาคารกับพื้นที่ว่างจึงเปลี่ยนจากลักษณะโดยทั่วไป ที่มักวางอาคารให้เกิดพื้นที่ว่างขนาดใหญ่เพียงผืนเดียว มาเป็นการกระจายของพื้นที่ว่างขนาดเล็กหลาย ๆ ส่วนสลับไปมากับตัวอาคารแทน

 

พื้นที่ว่างดังกล่าวกลายเป็นคอร์ทที่ถูกโอบล้อมด้วยพื้นที่ใช้สอยที่ต่างกันไป แต่ถูกเชื่อมโยงให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อย่างกลมกลืนและเป็นที่มาของชื่อบ้าน “4C House” นั่นเอง พื้นที่เปิดโล่งทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ Greeting Tree Court, Fish Pond Court, Garden/Wooden Deck Court และ Service Court


Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

“Greeting Tree Court” เชื่อมต่อกับ Entry Room สร้างบรรยากาศการเชื้อเชิญและตื่นตาตื่นใจในการเข้าถึงสเปซภายในบ้าน กลางพื้นที่คอร์ทนี้ปลูกต้นไม้ใหญ่สูงชลูดขนานไปกับโถงบันไดและเป็นจุดพักสายตาสำหรับพื้นที่ Corridor ในทุกชั้น ต้นไม้สูงนี้ยังช่วยกรองแสงแดดจากทิศตะวันตกในช่วงบ่ายได้ด้วย

 

“Fish Pond Court” พื้นที่นี้เกิดขึ้นเพราะเจ้าของบ้านชอบเลี้ยงปลาคราฟท์เป็นงานอดิเรก สามารถเชื่อมต่อกับคอร์ทด้านหลังที่เป็นสวนได้ โดยมีห้องรับแขกกั้นกลาง สร้างบรรยากาศของห้องรับแขกให้มีลักษณะปิดล้อมเหมือนใต้ถุนบ้านเรือนไทยที่มีลมพัดผ่านตลอดในทิศเหนือ-ใต้ คอร์ทนี้ยังเชื่อมต่อกับระเบียงห้องนอนที่ชั้น 2 ด้วย

 

“Garden/Wooden Deck Court” เป็นคอร์ทที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน ประกอบไปด้วยชานไม้และพื้นที่สวนเหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน รวมถึงการจัดปาร์ตี้นอกบ้าน พื้นที่นี้เชื่อมต่อกับพื้นที่หลายส่วนในบ้าน การเปิดพื้นที่โล่งกลางที่ดินทำให้เกิดการไหลเวียนของอากาศที่ดีโดยเฉพาะห้องนอนใหญ่ชั้น 2 ที่มีลมพัดผ่านตลอดวัน


Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

“Service Court” เป็นพื้นที่สำหรับใช้ซักล้าง, ตากผ้าและเป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับคนรับใช้เนื่องจากเชื่อมต่อกับห้องคนรับใช้ แม้จะอยู่ด้านหน้าของบ้านเพื่อความสะดวกในการเดินไปเปิดประตูรั้ว แต่ไม่สามารถมองเห็นได้จากเส้นทางเข้าถึง เนื่องจากการล้อมของผนังก่ออิฐโชว์แนวบริเวณประตูหน้านั่นเอง

 

ลักษณะการวางผังอาคารสอดคล้องกับจังหวะในการดำเนินชีวิตตลอดวัน โดยมีลำดับความเป็นส่วนตัวเพิ่มมากขึ้นจากด้านหน้าถนนไล่ไปจนถึงด้านหลังของที่ตั้ง การกำหนดรูปแบบวัสดุของผนังอาคารนั้น มีการออกแบบผนังด้านสกัดเพื่อสร้างจังหวะของคอร์ทให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยใช้ผนังผิวปูนเปลือยบ่งบอกตำแหน่งของพื้นที่เปิดโล่ง

 

ในขณะที่ผนังสีขาววางตั้งฉากกับผนังผิวปูนเปลือยและลากยาวตลอดตัวบ้าน การจัดจังหวะด้วยผนังด้านสกัดที่เป็นผิวปูนเปลือยและเกิดคอร์ทสลับไปมาเป็นการสร้างสัญญะของช่วงเวลาและการใช้สอยรวมทั้งยังสร้างสภาพแวดล้อมภายในให้ดียิ่งขึ้น เชื่อมต่อกับความเป็นธรรมชาติภายนอกโดยยังรักษาความเป็นส่วนตัวสำหรับที่ว่างภายในได้ด้วย


Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

ที่ว่างภายในอาคารนอกจากจะมีลักษณะเชื่อมต่อในทางนอนจากภายนอกสู่ภายในแล้ว การเชื่อมต่อทางตั้งยังเกิดขึ้นจากการเปิดช่องโล่งที่พื้นชั้น 2 และ 3 ซึ่งช่วยลดความอึดอัดของพื้นที่ขนาดเล็ก รวมทั้งยังเป็นการสร้างมิติของที่ว่างทั้งด้านการมองเห็นและการเดินผ่านในที่ว่างส่วนต่าง ๆ ด้วย

 

แนวทางการออกแบบบ้าน 4C House นี้เป็นผลมาจากปัจจัยของบริบทแวดล้อมเมืองที่ราคาที่ดินสูงขึ้น ขนาดของแปลงที่ดินจัดสรรส่วนใหญ่มีขนาดเล็กลง รวมถึงสภาวะแวดล้อมที่คับคั่งและขาดความเป็นส่วนตัว การสร้างสภาวะแวดล้อมขึ้นมาใหม่ในที่ดินของตนเองจึงเป็นทางออกหนึ่ง

 

จะว่าไปแล้วคอร์ทแต่ละแห่งถึงจะมีขนาดไม่ใหญ่โตนัก หากแต่คุณภาพของที่ว่างและตำแหน่งที่สัมพันธ์กับการใช้สอยภายใน ทำให้คอร์ทดังกล่าวมีประโยชน์ทั้งในแง่ของมุมมอง, การสร้างมิติของที่ว่าง, การใช้สอย, การระบายอากาศและที่สำคัญคือ...ความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยนั่นเอง