ตลอดระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร สิ่งมีชีวิตที่พบเห็น ไม่ได้มีเพียงต้นไม้สีเขียวเท่านั้น แต่ยังมีสัตว์น้ำเล็ก ๆ ที่ดำรงชีวิตอยู่ในป่าชายเลนด้วย ไม่ว่าจะเป็น ปลาตีน ที่วิ่งดุ๊ก ๆ ในดินเลน, ปูก้ามดาบ หรือที่เรียกขานกันว่า ปูผู้แทน ตัวผู้มีก้ามใหญ่เพียงข้างเดียวและชอบยกขึ้นมาอวดตัวเมีย เหมือนส.ส.ในสภากำลังยกมืออย่างไรอย่างนั้น
ส่วนสัตว์น้ำที่เสมือนสัญลักษณ์ของบริเวณนี้อย่างปลาพะยูน ตลอดเส้นทางจะพบเห็นได้เพียงตัวเดียว บริเวณพื้นที่ศาลาที่ 6
แต่เป็นแค่เพียงรูปปั้นเท่านั้น ทางศูนย์ฯปั้นไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ความทรงจำไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นหน้าค่าตาของมันเท่านั้น เพราะปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้ว จากความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศน์ในอดีตนั่นเอง
ความงดงามรวมทั้งประโยชน์ที่มีอยู่มากมายของป่าชายเลนที่ได้ เรียนไปเรื่อย ๆ บนเส้นทางสะพานไม้สายนี้น่าจะทำให้หลาย ๆ คนตระหนักได้ว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะใส่ใจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังเสียที...คงน่าใจหายนะหากวันหนึ่งอะไร ๆ ก็กลายเป็น รูปปั้น ไปหมดเพื่อให้เราได้คิดถึงมัน