Puzzle Space Box

ออกแบบโดย ชนิทธิ สมประกิจและพิมพ์สิริ พูลเกษร


Click to enlarge

เนื่องจากตึกแถวในปัจจุบันมีลักษณะเป็น Block และมีรูปแบบการคิดในระบบ Grid เสาเพื่อความประหยัดค่าก่อสร้าง ง่ายและรวดเร็วต่อการก่อสร้าง จึงทำให้เกิดแนวคิดในระบบ Grid Line ทั้งแกน X และแกน Y เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงสุดและแก้ปัญหาเรื่องมุมมอง

 

แนวคิดแบบ Grid Line นี้เองที่ชนิทธิและพิมพ์สิริ นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบังนำมาใช้ในการออกแบบอาคารชุดของพวกเขาจนได้คอนเซ็ปต์ออกมาสุดเก๋ว่า “Puzzle Space Box” ซึ่งมีคุณสมบัติเด่น ๆ คือ “EFF” หรือ Efficiency, Flexible และ Flow

 

“แนวความคิดของงานชิ้นนี้คือเรามองในแง่ของผู้ขายและความต้องการของผู้ซื้อเป็นหลักค่ะ จึงทำให้เกิดเป็นแนวความคิดของห้องแบบ Module 2 ชนิด ที่นำมาต่อกัน” พิมพ์สิริอธิบาย พูดง่าย ๆ ก็คือ 1 Module ก็คือห้องแบบ 1 Bedroom แต่หากเลื่อนผนังห้องออกก็จะกลายเป็นห้องแบบ 2 Bedroom


Click to enlarge

แนวความคิดแบบนี้จึงทำให้จำนวนห้องของอาคารไม่ได้ fix ตายตัวแบบที่โจทย์กำหนดให้มา แต่จะมีความยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้มาอยู่อาศัยและผู้ขาย จึงทำให้ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้ทีมผู้ออกแบบยังใส่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพิ่มเข้าไป ในการจัด interior ด้วย

 

“ยกตัวอย่างก็คือ เตียงที่สามารถเลื่อนกลับไป-กลับมาระหว่างห้องได้ ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นต่อการใช้พื้นที่ และมีความ flow ของ space มาก ห้องก็จะดูกว้างขวางและน่าอยู่มากขึ้นค่ะ” พิมพ์สิริยกตัวอย่าง พร้อมกับเสริมว่า “แรงบันดาลใจในการออกแบบของเรามาจากตัวต่อ Lego ค่ะ”

 

จะเห็นได้ว่าหลักการคิดของ Lego นั้นเป็นรูปแบบของ Module ที่นำมาต่อกัน ทำให้เกิดรูปทรงต่าง ๆ นานามากมายเช่นเดียวกัน เพียงแต่อาคารที่ทั้งคู่ออกแบบนั้น การต่อกันไม่ได้ส่งผลถึงรูปร่าง แต่ส่งผลต่อ Space ตามแต่ผู้อยู่อาศัยต้องการว่าต้องการมากน้อยแค่ไหน


Click to enlarge

พิมพ์สิริชอบงานศิลปะและการประดิดประดอยอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ มาตั้งแต่เด็กแล้ว นอกจากนี้ ด้วยความที่มีคุณพ่อเป็นสถาปนิกด้วย เธอจึงมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนสถาปัตยกรรมมาตั้งแต่แรก โดยเลือกคณะนี้ไว้ทั้ง 4 อันดับตอนสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย หลังจากเรียนจบระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสตรีวิทยา

 

“ได้เชื้อมามั้งคะ แบบว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น...ประมาณนั้น” พิมพ์สิริพูดยิ้ม ๆ ในขณะที่คู่หูของเธอ...ชนิทธิ จบระดับมัธยมจากโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ชอบศิลปะมาตั้งแต่ระดับประถมแล้วเช่นกัน ก่อนจะตัดสินเลือกเรียนคณะสถาปัตยกรรมในที่สุดเมื่อเข้ามหาวิทยาลัย

 

คุณสมบัติเด่น ๆ ของ Puzzle Space Box ที่ทั้งสองออกแบบประกอบไปด้วย Efficiency (คุณภาพของ Material ต่าง ๆ มีความคงทน ยืดหยุ่นต่อการใช้งาน, Flexible (ยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้ใช้ ด้วยการทำห้องเป็น 2 Module ดังที่ว่าไปแล้ว) และ Flow (เปิดพื้นที่เชื่อมกันในแต่ละ Function แทนการแบ่งห้อง ทำให้พื้นที่ดูใหญ่ขึ้น ไม่อึดอัด)


Click to enlarge

ผังของอาคารนี้ พิมพ์สิริและชนิทธิจัดวางออกมาดังนี้ ชั้นที่ 1 คือ ส่วนต้อนรับ, สปา, ร้านกาแฟและที่จอดรถ ขึ้นไปที่ชั้นลอยก็ยังเป็นส่วนสาธารณะ คือ ห้องฟิตเนสและโถงล็อบบี้ ในขณะที่ห้องพักนั้นอยู่บนชั้นที่ 2-4 แบ่งออกเป็น Module โดยผู้อยู่อาศัยมีสิทธิ์เลือกที่จะทำเป็นห้องพักแบบ 1 ห้องนอนหรือ 2 ห้องนอน

 

การตกแต่งห้องพัก ผู้ออกแบบทำออกมาให้ดูอบอุ่น ในสไตล์ Thai Modern เน้นความนุ่มนวล ดูอ่อนโยน สดใส สามารถใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ในขณะที่ Material ต่าง ๆ ทั้งคู่เลือกเน้นใช้เป็นไม้โทนสีอ่อน มีการสร้าง Open Corridor เพื่อรับแสงธรรมชาติด้วย

 

พิมพ์สิริและชนิทธิพยายาม Renovate อาคารหลังนี้ให้น้อยที่สุด รบกวนโครงสร้างเดิมให้น้อยที่สุด เห็นได้ชัดเจนจากระบบการเดินท่อต่าง ๆ ที่ยังคงตำแหน่งห้องน้ำจากแปลนเดิมไว้ให้มากที่สุด แล้ววางช่อง Duct ไว้ตรง Corridor ด้านหลังทั้งหมด 6 แนวเพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการเดินท่อสู่ห้องปั๊มน้ำและห้องเครื่องที่อยู่ใกล้ ๆ กัน


Click to enlarge

ส่วนงานระบบปรับอากาศนั้น ผู้ออกแบบใช้ระบบปรับอากาศแบบ Spilt Type ทุกส่วนและวางตำแหน่ง Condenser ให้ตรงกันมากที่สุดเพื่อให้ดูเป็นระเบียบ แถมยังดูงามตาอีกด้วย จะเห็นได้ว่าทั้งคู่ใส่ใจตั้งแต่คอนเซ็ปต์ใหญ่ ๆ, การตกแต่ง รวมไปถึงงานระบบที่ดูหยุมหยิมทีเดียว

 

“การออกแบบอาคารที่ดี เรามองว่าควรคำนึงถึงปัจจัยหลาย ๆ ด้านค่ะ ทั้งด้านการออกแบบที่ควรจะเป็น, กำลังคน, กำลังเงิน รวมทั้งความคิดที่ว่าสิ่งที่ได้สร้างออกมานั้นตอบปัญหาอะไรให้แก่สังคมได้บ้างหรือเปล่า เป็นไปอย่างที่เราต้องการจะให้เป็นรึป่าว” พิมพ์สิริแสดงความเห็นอบอุ่นู้ออกแบบอกที่จะทำเป็นห้องพักแบบ ข้ามหาวิทยาลัยง แต่ส่งผลต่อ กมาสุดเก๋ว่า ""

 

ประสบการณ์จากการได้ส่งงานประกวดในเวทีใหญ่ ๆ เช่นนี้จะช่วยขัดเกลาให้พิมพ์สิริและชนิทธิมีมุมมองที่กว้างไกลขึ้นเพราะความฝันสูงสุดที่พวกเขาวางเอาไว้ก็คือ “อยากจะออกแบบงานที่มีการสร้างขึ้นจริงๆ” นั่นเอง...และนั่นแหละเวลาจะเป็นเครื่องทดสอบที่ดีที่สุด