Tree Life Condo

ออกแบบโดย สลินทรา มีแสงธรรมและดารินทร์ พิเชษฐนรเศรษฐ์


“หากคิดถึงต้นไม้จะคิดถึงอะไร?”...หลาย ๆ คนคิดถึงสีเขียวและความสดชื่น ต้นไม้จึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อที่อยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่ยุคโบราณ แต่หากมีคนคิดฉีกแนวไปล่ะ? โดยนำ “ความเป็นต้นไม้” มาปรับใช้ให้เข้ากับอาคารชุดสำหรับพักอาศัย

 

เจ้าของแนวคิดดังกล่าวคือ 2 สาวนักศึกษาคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากรอย่างสลินทรา มีแสงธรรมและดารินทร์ พิเชษฐนรเศรษฐ์ ทั้งคู่นำ “วงจรชีวิต” และ “การดำเนินชีวิต” ของต้นไม้มาใส่ลงไปในอาคารชุด แถบสุขุมวิทที่โจทย์บอกให้ออกแบบปรับปรุงเพื่อให้น่าอยู่ขึ้น

 

“เรานำโจทย์มาคิดโดยเลือกหยิบข้อด้อยของทั้งอาคารพาณิชย์และถนนสุขุมวิทมาปรับ” สลินทราเปิดเรื่อง “เรามองว่าอาคารพาณิชย์ที่ติดกัน มักมีข้อด้อยเรื่องของแสงธรรมชาติที่ไม่สามารถส่องถึงได้ โดยเฉพาะห้องที่อยู่ตรงกลาง ทำให้เมื่ออยู่ภายในห้องนั้นจึงดูมืดหม่นเพราะต้องอาศัยเพียงแสงประดิษฐ์เท่านั้น”


Click to enlarge

สองสาวจึงตัดสินใจออกแบบผังและการใช้สอยภายในห้องพักอาศัยให้สามารถรับแสงธรรมชาติได้ทุกที่ เมื่อผสมผสานกับทำเลที่ตั้ง ซึ่งอยู่บนถนนสุขุมวิท มีทั้งความวุ่นวาย, มลพิษทั้งทางอากาศและเสียง เป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้คนพยายามนำสิ่งต่าง ๆ มาแทนธรรมชาติที่ถูกทำลายไป ธรรมชาติที่กล่าวถึงก็คือ “ต้นไม้” นั่นเอง

 

สลินทราชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก แต่เธอคิดในตอนนั้นว่า “ถ้าเรียนวาดรูป โตขึ้นไป ก็จะเป็นได้เพียงจิตรกรเท่านั้น แต่ตัวเราเองก็ไม่ได้ชอบแบบ Pure Art จึงมีพี่แนะนำว่ามีคณะมัณฑนศิลป์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งสอนเกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งภายใน”

 

ด้วยลักษณะวิชาของคณะนี้คือการนำเอาประโยชน์ใช้สอยมาผสมผสานกับศิลปะการออกแบบให้เกิดเป็นความงามและเกิดประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวัน จึงเป็นคำตอบให้สลินทราคิดได้ว่า “ทางนี้ล่ะที่ตรงกับที่เราชอบมากที่สุด” นั่นคือเหตุผลที่เธอเลือกเรียนคณะนี้


ส่วนคู่หูอย่างดารินทร์นั้น จบระดับมัธยมที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 เหตุผลที่เธอเลือกศึกษาต่อคณะนี้ก็คือ “คิดว่าคณะนี้เหมาะกับตัวเองมากที่สุด และชอบในการสร้างสรรค์อะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ ได้เห็นอะไรใหม่ ๆ ก็เริ่มชอบมาเรื่อย ๆ” ดารินทร์เล่า

 

หลังจากที่ตัดสินใจว่าจะออกแบบงานด้วยคอนเซ็ปต์ Tree Life Condo แล้ว สองสาวจึงศึกษาและนำการดำเนินชีวิตของต้นไม้มาประยุกต์ใช้ โดยการศึกษาเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของต้นไม้นั้น ทั้งคู่พบว่าต้นไม้ดูดนำแร่ธาตุ, อาหารจากใต้ดิน ขึ้นมาเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของพืช ผ่านไปยังลำต้น, กิ่งก้านต่าง ๆ และแผ่ไปยังใบ

 

“กระบวนการนี้เรียกว่า ‘การสังเคราะห์แสง’ จนได้ออกมาเป็นอาหารของพืช ทำให้พืชเจริญเติบโตได้” ดารินทร์สรุปก่อนจะอธิบายถึงการประยุกต์ในงานของเธอว่า “หากแทนค่าผู้พักอาศัยเป็นแร่ธาตุ เราก็คงต้องเปรียบต้นไม้เป็นเหมือนกับอาคารหนึ่ง...


เมื่อผู้พักอาศัยเข้าอาคารมาจากด้านล่างคือราก เดินผ่านส่วนกลางของอาคาร ขึ้นไปยังชั้นต่าง ๆ โดยลิฟท์แก้วซึ่งเปรียบได้ดั่งลำต้นแล้ว ก็ไปยังห้องพักซึ่งเปรียบเหมือนใบ แล้วผู้พักอาศัยก็ใช้ชีวิตอยู่ภายในห้องนั้น เป็นการเสร็จสิ้นการสังเคราะห์แสงค่ะ”

 

เมื่อได้คอนเซ็ปต์ชัดเจนแล้ว ทั้งคู่ก็นำมาออกแบบ ปรับปรุงอาคารชุดนี้ทันทีโดยวางแบบแปลนต่าง ๆ ของตึก (เปรียบกับส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้) ไว้ดังนี้ พื้นที่ส่วนกลางอย่างล็อบบี้, Waiting Area รวมทั้งร้านค้าต่าง ๆ เช่น ร้านเสริมสวย, ร้านเช่าวีดีโอ, ร้านอาหาร, ร้านสะดวกซื้อ, ฟิตเนส, ห้องเกม แนวความคิดส่วนนี้มาจากรากแก้วที่อยู่ใต้ดิน

 

ส่วนของที่พักอาศัยซึ่งมีทั้งห้องแบบ 2 ห้องนอนและ 1 ห้องนอนนั้น แนวความคิดมาจากใบของพืช ซึ่งเป็นส่วนที่ได้รับแสงอย่างเต็มที่ ห้องพักอาศัยในอาคารนี้จึงได้รับแสงเต็มที่เช่นกัน ทำให้บรรยากาศของห้องน่าอยู่ ดูโปร่ง โล่ง สบาย ตอบโจทย์แรกที่ทั้งสองมองไว้แต่แรกได้อย่างสิ้นเชิง


“จุดเด่นของ Tree Life Condo คือ...ไม่ว่าคุณจะอยู่บริเวณใดของห้องก็ตาม คุณจะได้รับแสงจากธรรมชาติ ที่ทำให้รู้สึกสดชื่น สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสบายตาและสบายใจ” ดารินทร์และสลินทราตอบอย่างพร้อมเพรียง แน่นอนว่าความรู้สึกนั้นคงเปรียบได้ดั่ง “ต้นไม้” นั่นเอง

 

การออกแบบครั้งนี้สร้างประสบการณ์ให้กับสองสาวไม่น้อย ประสบการณ์ครั้งนี้จะช่วยเพาะบ่มให้ทั้งคู่ออกแบบ “อาคารที่ดี” ได้ในอนาคต อาคารที่พวกเธอนิยามว่า “ตอบสนองความต้องการและประโยชน์ใช้สอยของผู้พักอาศัย ได้ครบถ้วน ช่วยเสริมสร้าง, ปรับปรุง คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย”

 

สำหรับความฝันในอนาคตของทั้งคู่นั้น สลินทราตอบว่า “ยังอยากค้นหาสิ่งที่ชอบและพยายามตั้งใจศึกษา เก็บเกี่ยวหาความรู้ให้หลายด้านเพื่อนำมาใช้พัฒนางานออกแบบต่อไป” ส่วนดารินทร์ตอบว่า “อยากท่องเที่ยว ดูวัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ เพื่อเป็นประสบการณ์ในการออกแบบค่ะ”