The Identity Life

ออกแบบโดย วัฒนศิลป์ วัฒนเกียรติผลและภาณุพงษ์ ชินมหาวงศ์


การประกวดแบบสำหรับงานด้านสถาปัตยกรรมหรือมัณฑนศิลป์ บางครั้งคนทั่วไป “ปีนบันไดไม่ถึง” เพราะผู้ออกแบบถ่ายทอดไอเดียออกมาผ่านทางสัญลักษณ์ต่าง ๆ มากเกินไป บางชิ้นต้องอาศัยการตีความหลายชั้นจึงจะเข้าใจได้ จึงดูเหมือนว่าแบบในการประกวดเหล่านี้จะเข้าใจกันแค่ในวงแคบ ๆ

 

แต่นั่นไม่ใช่ความคิดของวัฒนศิลป์ วัฒนเกียรติผลและภาณุพงษ์ ชินมหาวงศ์ คู่หูนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบังคู่นี้แน่ ๆ เพราะจุดแรกที่ทั้งคู่ให้ความสนใจที่สุดก็คือ “ความน่าสนใจที่คนทั่วไปเข้าใจได้”

 

สองหนุ่มกล่าวถึงไอเดียเริ่มต้นว่า “การตีโจทย์ในการประกวดครั้งนี้ พวกผมมองในมุมกว้าง ๆ ว่า การออกแบบนั้นจะต้องเป็นไปได้สูง มีแนวคิดที่น่าสนใจ และทุก ๆ คนสามารถเข้าถึงเนื้องานได้ ไม่ใช่แค่เพียงสถาปนิกหรือนักศิลปะที่จะเข้าใจแนวคิดได้”


Click to enlarge

นั่นคือที่มาของ “The Identity Life” ที่ทั้งสองสร้างสรรค์ขึ้นมานั่นเอง สองหนุ่มที่มารู้จักกันในรั้วลาดกระบังแห่งนี้ โดยคนหนึ่ง (วัฒนศิลป์) จบมัธยมจากเทพศิรินทร์ ส่วนอีกคน (ภาณุพงษ์) จบจากโรงเรียนมัธยมวัดราชบพิธ แต่ทีมเวิร์คในการทำงานต้องบอกว่าเข้าขากันได้ดีไม่ใช่เล่น

 

ในเมื่อตั้งโจทย์ให้แคบลงแล้วทั้งคู่จึงโฟกัสไปที่จุดเดียวกันนั่นก็คือ “เราพยายามจะมองให้ออกว่าในโลกของความเป็นจริงนั้น รูปแบบของการออกแบบในปัจจุบันอยู่ในกรอบมากน้อยเพียงใด แล้วพยายามคิดให้ออกจากกรอบให้มากที่สุด” วัฒนศิลป์เล่าถึงกระบวนการคิด

 

“แต่การพยายามคิดออกจากกรอบของเรานั้น เราจะยังคงความเป็นไปได้ให้มากที่สุดด้วยเช่นกัน และท้ายที่สุดก็มาสรุปตรงกันได้ว่าควรจะออกแบบเพื่อสนองความต้องการของลูกค้าหรือผู้อยู่อาศัยให้มากที่สุดมากกว่า” ภาณุพงษ์ คู่หูเสริมขึ้นมาบ้าง


ความน่าสนใจใน “The Identity Life” ที่ทั้งคู่ช่วยกันแชร์ไอเดียนั้นก็คือ การนำ Facility ต่าง ๆ มาจัดวางรูปแบบใหม่ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น แต่ยังดูลงตัวกับ Lifestyle คนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาพักอาศัยที่นี่ สองหนุ่มจากสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบังอธิบายว่า

 

“สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนของแบบก็คือการนำ Facility มาจัดวางในรูปแบบใหม่ที่ลงตัว, น่าสนใจ แตกต่างจากรูปแบบเดิม ๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการตกแต่งหรือการจัดวางให้คุ้มค่าเพียงอย่างเดียวนะครับ แต่จะเป็นการออกแบบให้เกิดการกระจายตัวของ Facility ในส่วนต่าง ๆ ของโครงการด้วย”

 

แบบที่ทั้งคู่สร้างสรรค์ออกมาจึงเกิดการโอบล้อมพื้นที่ระหว่างตัว Living Unit กับ Facility ขึ้น รวมทั้งยังสร้างให้เกิด Zone หรือทำเลขึ้นภายในโครงการ เป็นสังคมหรือชุมชนเล็ก ๆ ของผู้คนที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน เป็นการสร้างความสัมพันธ์ของผู้อยู่อาศัยให้เกิดได้ด้วย


“ผมมองว่ามันมีความเป็นไปได้สูงในแง่ของการต่อยอดความคิดใน Module ของ Facility ที่อยู่ภายในอาคาร ในแปลนจะเห็นว่าพื้นที่ของ Facility นั้น จะกระจายตัวไปตามชั้นต่าง ๆ บริเวณต่าง ๆ อย่างอิสระ จะมีการเกาะกลุ่มกับห้องพักเกิดเป็น Zoning Character ต่าง ๆ” วัฒนศิลป์บรรยาย

 

“ส่วนในห้องพักเองก็จะมีการสร้าง Characteristic Space ขึ้น เพื่อเป็นการสร้างให้เกิด Identity ขึ้นภายในหน่วยย่อยของโครงการครับ” ภาณุพงษ์เสริมรายละเอียดไอเดียที่พวกเขาคิดขึ้นมาอีกแรงหนึ่ง...นั่นคือที่มาของชื่อผลงาน “The Identity Life” นั่นเอง

 

จุดเด่นของแบบที่คู่หูหนุ่มลาดกระบังคิดขึ้นมานั้นอยู่ที่ “ความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง” ทั้งสองคนเผยความในใจว่า “ถึงแม้เราจะไม่ได้เน้นหนักไปในเรื่องของการตกแต่งหรือการทำกำไร แต่ก็เป็นแนวคิดในการจัดวางรูปแบบใหม่ ๆ ที่ไม่ได้ลบล้างระบบโครงสร้างเดิม”


การประกวดแบบครั้งนี้ สิ่งที่ทั้ง 2 คนได้คือประสบการณ์อันล้ำค่าซึ่งจะส่งผลต่อการเรียนด้านสถาปัตยกรรมของทั้งคู่ต่อไป วัฒนศิลป์เผยความรู้สึกว่า “อยากทำงานแบบนี้ต่อไปนะ ค้นหาตัวเองต่อไป งานประกวดแบบเป็นเส้นทางหนึ่งที่ผมอยากทำให้ได้ดีที่สุด มันเป็นแบบฝึกหัดให้ชีวิต ที่หาซื้อไม่ได้ครับ”

 

ส่วนภาณุพงษ์วาดฝันชีวิตของเขาว่า “อยากหาความรู้ให้เยอะ ๆ และนำความรู้นั้นมาพัฒนาตัวเอง ให้มีความสามารถเพิ่มขึ้นเท่าที่จะทำได้ ใช้ความรู้นั้นในการประกอบอาชีพและดำเนินชีวิต”...แล้วทั้งคู่คิดว่าการออกแบบอาคารที่ดีคืออะไรล่ะ? นี่คือคำตอบนั้น...

 

 “ต้องบอกก่อนว่า ‘อาคารที่ดีที่สุดนั้นไม่มีจริง’ ครับ เพราะทุกอาคารต่างมีข้อบกพร่องทั้งสิ้น แต่อาคารที่ดีสำหรับผมคือ อาคารที่ตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ผ่านแนวทางหรือกระบวนการออกแบบที่คุ้มค่าและเข้าถึงปัจจัยต่าง ๆ ของสภาพแวดล้อมครับ”