การทำอิฐสำหรับก่อสร้างของไทยได้ทำกันมานานแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัวในแถบชนบท ซึ่งมีขนาดเล็ก และอิฐที่ผลิตส่วนใหญ่เป็นอิฐมอญ ต่อมาได้มีการตั้งโรงงานใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วยมากขึ้น โดยอิฐที่ทำการผลิตมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น ได้แก่ อิฐบล็อก อิฐเบาหรืออิฐมวลเบา อิฐโฟม อิฐแก้ว และกระจก
โดยเฉพาะการผลิตอิฐมวลเบาซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์คอนกรีตชนิดใหม่ที่ได้รับนิยมในปัจจุบัน ที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติได้แก่ ปูนซิเมนต์ปอร์ตแลนด์ ทราย ปูนขาว ยิบซั่ม น้ำ และสารกระจายฟองอากาศส่วนผสมพิเศษในอัตราส่วนที่เป็นสูตรเฉพาะตัว
ผลิตภัณฑ์คอนกรีตมวลเบาเป็นวัสดุก่อสร้างยุคใหม่ที่มุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการนำไปใช้งานทุกด้าน โดยขนาดทั่วไปของอิฐมวลเบาที่ผลิตจะมีขนาดความหนาตั้งแต่ 7.5, 8, 9, 20-30 ซม. สูง 20,30 ซม. และยาว 60 ซม. สามารถเลื่อยตัดได้เหมือนไม้ ทนแรงกดได้ 30-80 กก.
โดยมีคุณสมบัติพิเศษดังนี้
- มีน้ำหนักเบา ด้วยเพราะภายในมีฟองอากาศมากถึงกว่า 75% ซึ่งฟองอากาศที่ว่านี้มีลักษณะเป็น closed cell ไม่ดูดซึมน้ำ (ดูดซึมน้ำน้อยกว่าอิฐมอญ 4 เท่า) จึงทำให้มีน้ำหนักเบา
- สามารถนำไปใช้สร้างบ้านได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ประหยัดแรงงาน และลดต้นทุนในการดำเนินการก่อสร้างรวมทั้งสามารถช่วยประหยัดพลังงาน
- สามารถป้องกันความร้อนได้ดี ไม่สะสมความร้อน โดยมีค่าการต้านทานความร้อนดีกว่าคอนกรีตบล็อก 4 เท่า ดีกว่าอิฐมอญ 6-8 เท่า
- มีความคงทน ไม่ติดไฟโดยสามารถทนไฟได้ถึง 1,100 องศา นาน 4 ชม. สามารถกันเสียงได้ดี และมีอายุการใช้งานนานกว่า 50 ปี
- มีอัตราการแตกร้าวหลังฉาบ น้อยกว่าก่ออิฐฉาบปูน เนื่องจากตัวบล็อกกับปูนฉาบมีส่วนผสมที่ใกล้เคียงกัน