The New Simplicity ห้องนั่งเล่นแนวอบอุ่น

เรื่องและภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์


Click to enlarge

ห้องที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของบ้านทุกวันนี้หนีไม่พ้น “ห้องนั่งเล่น” เพราะเป็นพื้นที่ที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวเข้ามาใช้ทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะนอนเล่น, อ่านหนังสือ, ดูโทรทัศน์ ไปจนถึงการพูดคุยกันเล็ก ๆ น้อย ๆ พ่อไถ่ถามถึงชีวิตประจำวันของลูก เป็นต้น

 

ห้องนั่งเล่นจึงเป็นห้องที่แสนจะอบอุ่นด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นซึ่งสมาชิกถ่ายทอดให้แก่กัน แนวทางการตกแต่งห้องนี้หลาย ๆ คนจึงเน้นไปที่โทนอบอุ่น ๆ ทั้งสีสันและสไตล์ของเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ ซึ่งนิตยสาร Elle Decoration นิตยสารการตกแต่งอันดับ 1 ของคนทันสมัยก็ได้นำเสนอไอเดียที่น่าสนใจเอาไว้ด้วยในงาน Living & Leisure

 

สำหรับงานนี้ นิตยสาร Elle Decoration ร่วมมือกับศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรีเซ็นเตอร์จัดขึ้นเพื่อแสดงโชว์สินค้าตกแต่งบ้านแบรนด์ดัง ดีไซน์เก๋ โดยนำมาตกแต่งเป็นห้องต่าง ๆ 4 ห้องเพื่อให้คนรักการแต่งบ้านทุกคนมองเห็นไอเดียหรือแนวทางคร่าว ๆ ในการนำเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเหล่านี้ไปใช้


Click to enlarge

นอกเหนือจากแขกรับเชิญ 2 ท่านแล้ว นิตยสาร Elle Decoration เกิดมันมือขอจัดแสดงโชว์ 1 ห้องด้วย โดยจับสลากเลือกได้ห้องนั่งเล่น ด้วยทีมงานเปี่ยมประสิทธิภาพที่มีความรู้ทั้งด้านการออกแบบและการตกแต่งบ้านดังที่เราได้สัมผัสมาจากการอ่านงานของพวกเขาแล้ว ไอเดียที่นำมาโชว์จึงมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ

 

“เราได้คิดกันและสรุปออกมาว่าอยากนำเสนอเรื่องการอยู่อาศัยของคนเมืองหรือบ้านในเมือง ห้องนั่งเล่นที่เราอยากนำเสนอเราเริ่มจากทัศนะของคนหลาย ๆ คนที่มองว่าของใช้หรือของแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นเมื่อนำมาใช้แต่งบ้านแล้ว หลายคนบ่นว่าให้บรรยากาศที่เย็นชา ไม่น่าอยู่ ไม่อบอุ่นค่ะ”

 

คุณรังสิมา กสิกรานันท์ บรรณาธิการอำนวยการนิตยสาร Elle Decoration ประเทศไทยเกริ่นนำถึงที่มาของไอเดีย ในความคิดของเธอแล้ว เธอมองว่า “โมเดิร์น” นั้นไปด้วยกันได้ดีกับ “อบอุ่น” จึงมอบหมายให้คุณใจรัก จันทร์สิน ซีเนียร์สไตลิสท์และนักเขียนของนิตยสารตกแต่งห้องนั่งเล่นออกมา


Click to enlarge

ซึ่งคุณใจรักและทีมงานก็มานั่งคิดขยายความกันต่อว่าทำอย่างไรถึงจะแต่งห้องนั่งเล่นห้องเล็ก ๆ ให้ออกมามีบรรยากาศอบอุ่น อยู่สบาย ในขณะเดียวกัน ห้องนี้ก็ให้ดูทันสมัยและยังคงความร่วมสมัย ดูโมเดิร์นด้วย ผลลัพธ์ของห้องที่ออกมาก็ดังที่เห็น นั่นก็คือ

 

“น้อง ๆ เลือกของที่มีวัสดุพื้นผิวที่ผลิตจากธรรมชาติเป็นหลัก อย่างเช่นหนัง ซึ่งเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าให้ความรู้สึกที่อบอุ่น แต่นิ่ม นั่งสบาย รวมทั้งยังมีวัสดุที่เป็นไม้ด้วย ส่วนโคมไฟนั้น เราก็ใช้วัสดุธรรมชาติเช่นกัน นั่นก็คือรังไหมค่ะ” คุณรังสิมาอธิบาย

 

การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในห้องนั้น คุณใจรักใช้ชุดโซฟา Scala หนังสีน้ำตาล จาก HABITAT วางเด่นเป็นสง่า เป็นประธานของห้องนั่งเล่นนี้ เสริมด้วย Bloc, Low Table ทำด้วยไม้จาก HABITAT วางประกอบ ขนาบทั้ง 2 ข้างด้วย Den, Beanbag จาก HABITAT ฝั่งหนึ่งและโคมไฟรังไหมอีกฝั่งหนึ่ง


Click to enlarge

จะเห็นว่าแนวทางการจัดห้องนั่งเล่นห้องนี้ออกมาภายใต้คอนเซ็ปต์ที่วางไว้ว่า “The New Simplicity” ที่เน้นการตกแต่งอย่างปราณีต เรียบง่าย แต่ก็ใส่ใจในรายละเอียดสิ่งของที่ใช้ทุกชิ้น โดยเน้นอารมณ์อบอุ่นจากสีครีมและสีเอิร์ธโทน เพิ่มผิวสัมผัสแสนสบายด้วยหมอนอิงผิวกำมะหยี่สีเบจนุ่มเนื้อด้วย

 

อย่างไรก็ตามมีเสียงกระซิบจาก “แฟนพันธุ์แท้ Elle Decoration” สะท้อนออกมานิดหน่อย นั่นก็คือ “ห้องดูสีน้ำตาล ๆ ดูแปลกไปจากปรกติที่เป็นห้องของ Elle Decoration” เพราะปรกติโทนสีของสไตลิสท์ที่ Elle Decoration นำเสนอ มักจะไม่ได้มาแนวนี้นั่นเอง

 

คุณรังสิมาอธิบายว่า “ขอแอบบอกนิดนึงนะคะว่าเราเพิ่งทราบมาว่าทางยุโรปนั้น เค้าบอกมาว่าสีน้ำตาลกำลังมา Brown is a New Black ค่ะ” เธอพูดพร้อมกับเติมมุขเล็ก ๆ ต่อไปว่า “ต่อไปอาจจะต้องเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นสีน้ำตาลกันแล้วค่ะ”


Click to enlarge

จุดเด่นของห้องนั่งเล่นนี้คือ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นแม้จะดูเรียบ ๆ แต่ก็มีความเก๋อยู่ในตัวเอง โดยเฉาะชิ้นที่น่าสนใจที่สุดในห้องนี้ นั่นก็คือ “โคมไฟรังไหม” จากร้านพันตานั่นเอง คุณวุฒิชัย หาญพานิชเจ้าของ THANN SANCTUARY และธุรกิจผลิตภัณฑ์โฮมสปาชื่อดัง ให้ความเห็นเกี่ยวกับโคมไฟนี้ว่า

 

“ครั้งแรกที่ผมเห็นในร้านพันตา ผมจองเลยนะ 4 ตัว รู้สึกชอบ ใช้ความคิดสร้างสรรค์มาก ยิ่งใส่ตัวปรับแสงเข้าไป ยิ่งทำให้โคมไฟชิ้นนี้มีมิติความนูนของตัวไหม เป็นตัวสร้างมิติของความเข้ม ความสว่าง หากพิจารณาไปแล้ว มิติที่เกิดจากโคมไฟอันนี้ยังช่วยในการบริหารม่านตาด้วยครับ”

 

แต่สำหรับห้องนั่งเล่นที่เป็นพื้นที่รวมสายใยแห่งความรักในครอบครัวนั้น โคมไฟรังไหมน่าจะช่วย ”บริหารม่านใจ” ให้กับสมาชิกในบ้านมากกว่า ด้วยบรรยากาศอบอุ่นแต่ทันสมัยเหลือเกินในห้องนั่งเล่นห้องนี้ โดยเฉพาะในยุคที่คนส่วนใหญ่หันมานิยมการอยู่ “ติดบ้าน” มากขึ้น