ต้นไม้อะไรเหมาะกับสวนของคุณ?

“ธรรมชาติ” กับ “เมือง” 2 คำนี้ดูเหมือนจะเลือกยืนอยู่คนละฝั่งของกาลเวลา ความเจริญเติบโตทางวัตถุทำให้เมืองถูกขยาย พร้อม ๆ ไปกับการหดหายลงของธรรมชาติ แต่พอถึงช่วงเวลาหนึ่ง ธรรมชาติซึ่งเหมือนจะถูกลืมเลือนไปแล้ว กลับก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอีกครั้ง

 

เพียงแต่การกลับมาคราวนี้ คนเมืองอย่างเรา ๆ ไม่มีทางเลือกเหมือนเดิมเท่าไหร่นัก การดึงธรรมชาติเข้ามาชดเชยในชีวิตจึงทำได้แค่เพียงการปลูกไม้ จัดสวน สร้างโลกส่วนตัวให้ร่มรื่นสำหรับหย่อนใจยามหยุดพักเท่านั้น แต่การจะดึงธรรมชาติเข้ามาสู่ชีวิต เราก็จำเป็นต้องรู้จักธรรมชาติเสียก่อน

 

รศ.เอื้อมพร วีสมหมาย อาจารย์สอนวิชาออกแบบจัดสวน ประจำภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความสนใจในการศึกษาต้นไม้มาหลายปีแล้ว ท่านออกเดินทางไปทั่วประเทศ ทั้งเหนือ-ใต้-ออก-ตก เพื่อศึกษาตัวอย่างต้นไม้นานาพันธุ์ แล้ววิเคราะห์ว่าพันธุ์ใดบ้างที่เหมาะสำหรับการนำมา “จัดสวน”


“คำถามแรกที่คนมักจะถามสำหรับการจัดสวนก็คือ จะปลูกต้นไม้อะไรดี?” รศ.เอื้อมพรเกริ่นนำ “ปัจจัยที่เราต้องนำมาคิดมีหลายอย่างคือปลูกแล้วได้ทั้งบ้านเย็นและสวนสวย ปลูกแล้วบ้านไม่รก ไม่ทำให้บ้านพัง รวมทั้งไม่มีพิษมีภัยกับคนอาศัยอยู่ในบ้าน”

 

ความจริงคำตอบเหล่านี้ รศ.เอื้อมพรรวมทั้งนักจัดสวนทุกคนตอบไม่ยากเพราะมีพรรณไม้อยู่หลายชนิดที่นิยมใช้ในการจัดสวน แต่ภารกิจที่รศ.เอื้อมพรต้องออกไปสำรวจพรรณพืชใหม่ ๆ นั้นเป็นเพราะต้องการสร้าง “ทางเลือกใหม่” ให้นักจัดสวนได้ใช้ตอบโจทย์ใหม่ ๆ ในการจัดสวนนั่นเอง

 

เป็นเวลาร่วม 5 ปีแล้วที่รศ.เอื้อมพรออกไปสำรวจพันธุ์ไม้ป่ายืนต้นของไทยกว่า 800-900 ชนิด เพื่อดูว่าไม้พันธุ์ไหนกันนะที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการนำมาใช้งานด้านภูมิสถาปัตยกรรมโดยวิเคราะห์รายละเอียดทุกอย่างตั้งแต่ความสวยงามของต้น ระบบราก รวมถึงว่ามีพิษมีภัยหรือเปล่า?


“ไม้กว่า 800-900 ชนิดนี้อาจารย์คัดเลือกเหลือเพียงแค่ 100 กว่าชนิดเท่านั้น จากนั้นก็นำมาให้คะแนน โดยดูตั้งแต่ลำต้นต้องสวยงาม ทรงพุ่มใบต้องสวย ให้ร่มเงาดี ดอกมีกลิ่นหอมหรือเปล่า? ดูแลรักษาง่ายไหม? ไปจนถึงคุณสมบัติอื่น ๆ เช่นความทนน้ำ ทนแล้ง” รศ.เอื้อมพรอธิบายถึงหลักเกณฑ์การให้คะแนน

 

คุณสมบัติที่ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ท่านนี้ให้ความสำคัญที่สุดคือ “ทรงพุ่มใบ” โดยมีคะแนนให้ถึง 45 คะแนน รองลงมาได้แก่ “ความหอมของดอก” มีคะแนน 30 คะแนน “การดูแลรักษา” มี 10 คะแนน และคุณสมบัติอื่น ๆ อีกอย่างละ 5 คะแนนคือ “ดอกผลสวย” “ทนน้ำ” “ทนแล้ง”

 

ผลการจัดอันดับพรรณไม้ที่เหมาะกับงานภูมิสถาปัตยกรรมของรศ.เอื้อมพรสรุปออกมาแล้วมีพันธุ์ไม้ที่ชนะใจท่านถึง 63 ชนิดด้วยกัน โดย 10 อันดับแรกนั้นคือต้นไม้ที่ทำคะแนนได้ตั้งแต่ 45 คะแนนไปจนถึง 90 คะแนน…นั่นแน่ สงสัยกันแล้วใช่ไหมว่าต้นไม้อะไรได้คะแนนสูงสุด? งั้นให้อาจารย์เฉลยเลยดีกว่า แต่น แตน แต๊น…


“ยมหินค่ะ” รศ.เอื้อมพรเฉลยเนิบ ๆ…โดยจากคะแนนเต็ม 100 ยมหินคว้าจากท่านไปได้ถึง 90 คะแนนด้วยกัน เรียกว่าหาพรรณไม้อื่นทาบไม่ได้เลย อาจารย์แจกแจงคะแนนให้ฟังว่า 10 คะแนนที่ถูกตัดออกไปคือการดูแลรักษาที่ได้ไปครึ่งเดียวคือ 5 คะแนนและคะแนนความทนน้ำที่สอบตกจากเต็ม 5 ไม่ได้คะแนนเลย!

 

“ยมหินได้คะแนนสูงสุดก็จริง เพราะอะไร ๆ ก็ดูดีไปเสียหมด แต่ถ้าคิดจะนำมาปลูกในบ้านก็ต้องใส่ใจเค้าเสียหน่อยค่ะ เพราะยมหินถึงจะทนแล้ง แต่ไม่ทนน้ำ แสดงว่าไม่ชอบน้ำเท่าไหร่ ทำให้ไม่เหมาะกับการปลูกในที่ราบ อย่างในกรุงเทพฯ เป็นต้น” รศ.เอื้อมพรสาธยาย

 

ส่วนพรรณไม้ที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 นั้น ได้คะแนนน้อยกว่ายมหินเพียงแค่ 5 คะแนนเท่านั้น ได้แก่ คำมอกหลวง, โมกหลวงและไคร้ย้อย ไม้ทั้ง 3 นี้โดดเด่นในเรื่องของการดูแลรักษาและความสวยงามของดอกและผลที่ได้คะแนนเต็มไปทั้ง 2 หมวด


“ความแตกต่างของไม้ทั้ง 3 ชนิดนี้คือถ้าชอบไม้ที่ดอกมีกลิ่นหอมก็ต้องเลือกคำมอกหลวงและโมกหลวง แต่ทรงพุ่มจะไม่สวยเท่ายมหิน ทนแล้งแต่ไม่ทนน้ำเหมือนกัน ส่วนไคร้ย้อยนั้นทรงพุ่มสวย แต่ดอกไม่หอมเท่า แล้วก็ทนน้ำมากกว่าทนแล้งค่ะ” รศ.เอื้อมพรว่า

 

ยมหิน, โมกหลวง, คำมอกหลวงและไคร้ย้อย คือต้นไม้ 4 ชนิดที่ยังไม่ค่อยนิยมนำมาจัดสวนมากนัก แต่จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้อย่างรศ.เอี้อมพรมองว่ามีคุณสมบัติโดดเด่นในการนำมาจัดสวน เพราะฉะนั้นมันก็น่าสนใจเหมือนกันนะกับทางเลือกใหม่ ๆ เหล่านี้

 

เพราะอย่าลืมว่า “ธรรมชาติ” นั้นแสนจะยิ่งใหญ่และรอให้มนุษย์อย่างเราซึ่งถือว่าเล็กกะจ้อยมากโน้มเข้าหาเพื่อเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง และเมื่อวันใดที่เราเข้าใจธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง เราก็สามารถเสพสุขจากธรรมชาติได้อย่างรื่นรมย์สมบูรณ์แบบนั่นเอง




เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ทางเลือกใหม่ของนักจัดสวน