ชวนเที่ยวงานไม้งามแบบแนว ๆ

เรื่องและภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์

ออกแบบโดย ยุทธนา สอิ้งดวง


Click to enlarge

งานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของบรรดาผู้ที่ชื่นชอบไม้ดอก ไม้ประดับ ซึ่งจัดขึ้นทุกปลายปีที่ลมหนาวโชยอ่อน ๆ เข้ามาสร้างบรรยากาศแห่งการชื่นชมพันธุ์ไม้ (ถ้าอากาศยังไม่แปรปรวนมากนักนะ) ก็คืองาน “พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9” นั่นเอง

 

พอใกล้ ๆ เทศกาลปุ๊บ สื่อประชาสัมพันธ์ประเภทป้าย, โปสเตอร์ก็จะเดินเรียงแถวออกมาเชิญชวนให้ประชาชนไปร่วมงาน ไปชมพันธุ์ไม้นานาพันธุ์เคล้าลมหนาว ท่ามกลางบรรยากาศแสนร่มรื่นของสวนหลวง ร.9กัน แต่ในทุก ๆ ปี ยุทธนา สอิ้งดวงหรือติมเด็กหนุ่มจากม.ราชภัฎสวนสุนันทาสังเกตเห็นสิ่งหนึ่ง

 

“ผมมองว่าสื่อประชาสัมพันธ์งานพวกนี้มีลักษณะเหมือน ‘งานวัดในสมัยก่อน’ คือมีเขียน Font ธรรมดาเป็นสี ๆ ติดตามป้าย ถึงเทศกาลปุ๊บเค้าก็จะเอามาเขียนครั้งนึง หลัง ๆ เริ่มพัฒนาขึ้น มี Street Vision กับ Sign Vision  แต่รูปแบบก็ยังเดิม ๆ อยู่ดี” ติมว่า


Click to enlarge

“เดิม ๆ” ที่ติมหมายความก็คือ “ป้ายที่อาจจะมี Background รูปภาพนิดหน่อย แล้วก็เขียนเป็นชื่องาน ‘พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร ด้วย Font ใหญ่ ๆ” ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรไปจากของเดิมมากนัก ติมจึงคิดว่าถ้าทำเป็นรูปแบบใหม่ออกมาเป็นรูปภาพ ทำให้คนดูเข้าใจและรู้สึกไปกับภาพจะดีขึ้นกว่าเดิมไหม?

 

“Concept ที่ผมวางเอาไว้ในการออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ของผมคือ ‘มหัศจรรย์วันดอกไม้บาน’ ครับ คือในชื่องานของเค้านี่มันหมายความว่าเป็นสถานที่ที่มีดอกไม้เยอะที่สุดและสวยงามที่สุดในช่วงเวลานั้น ๆ ซึ่งช่วงธันวาคมน่ะ เป็นช่วงหน้าหนาวซึ่งเป็นช่วงที่ดอกไม้บานเยอะมาก” ติมอธิบาย

 

“ความมหัศจรรย์” ที่ติมใช้สื่อนั้นมีลักษณะ “เหนือจริง” แต่ก็เร้าความสนใจจากคนดูได้ไม่น้อย นั่นก็คือไหน ๆ ดอกไม้สวย ๆ พร้อมใจกันบานในหน้านี้ ในสวนหลวง ร.9 แห่งนี้แล้ว ทำไมถึงจะไม่ไปบานในที่ “แปลก ๆ” ที่ ๆ เราคาดไม่ถึงบ้างล่ะเพื่อยืนยันถึงความมหัศจรรย์แห่งความงามของมวลพฤกษา


Click to enlarge

โดยสื่อที่ติม Design ออกมานั้นมีอยู่หลายชิ้นด้วย แต่ละชิ้นก็มีความมหัศจรรย์ในตัวของมันเอง เช่น ในสื่อหนังสือพิมพ์เป็นภาพดอกไม้ซึ่งบานออกมาจากไข่ ติมขยายความให้ฟังว่า “ผมเปรียบเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ปรกติไข่ฟักออกมาเป็นตัว เป็นลูกเจี๊ยบครับ แต่ถ้าออกมาเป็นดอกไม้ล่ะ มันก็ดูมหัศจรรย์ขึ้นไงครับ”

 

สำหรับในสื่อแมกกาซีนนั้นติมใช้เป็นภาพดอกไม้ที่บานออกมาจากกล่องของขวัญด้วยเหตุผลว่า “ผมมองว่าความรู้สึกของคนเรา ถ้าได้กล่องของขวัญมันรู้สึกตื่นตาตื่นใจ ประทับใจสุด ๆ อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นดอกไม้พุ่งขึ้นมาจากกล่องของขวัญล่ะ มันยิ่งทำให้เราประทับใจมากยิ่งขึ้นไปอีก”

 

สำหรับสื่อ Billboard นั้น ติมใช้เป็นภาพของดอกไม้ที่บานออกมาจากถ้วยกาแฟ โดยมองว่าปัจจุบัน “คนรุ่นใหม่” นิยมทานกาแฟกันมากในตอนเช้า เมื่อได้กลิ่นกาแฟ ความรู้สึกของทุกคนคือสดชื่นพร้อมขับรถออกมาทำงาน สู้ชีวิตในวันใหม่ต่อไป แต่หากสิ่งที่อยู่ในถ้วยกาแฟเป็นดอกไม้ ความรู้สึกที่เห็นคงให้ความสดชื่นไม่แพ้กัน


Click to enlarge

นอกจากนี้ยังมีภาพดอกไม้บานออกมาจากหีบใส่ของ เปรียบเสมือนว่าช่วงเวลานั้น “ดอกไม้” คือสิ่งที่มีค่ามากที่สุด ซึ่งค่อย ๆ แง้มบานออกมาจากหีบสมบัตินั่นเอง ติมทำสื่อประชาสัมพันธ์งานนี้ออกมาเป็น 5 สื่อ แต่ละสื่อดอกไม้บานจากสถานที่ที่แตกต่างกันไป…แต่สื่อทั้งหมดนี้เป็นเพียงสื่อที่ติมทำขึ้นเพื่อส่งเป็นวิทยานิพนธ์เท่านั้น

 

“การทำงาน ผมก็ไปติดต่อสวนหลวง ร.9 เพื่อขอข้อมูล เค้าก็ให้ความร่วมมือดีครับ  จากนั้นก็มาคิด Concept ว่าจะเสนอความมหัศจรรย์นี้ยังไง จนออกมาอย่างที่เห็น นำออกแสดงโชว์นิทรรศการร่วมกับผลงานของเพื่อน ๆ ที่จบคณะศิลปกรรม สาขานิเทศศิลป์ด้วยกัน โดยผมส่งงานให้ทางสวนหลวงดูตอนสะเก็ตช์ด้วยครับ” ติมว่า

 

แต่สื่อประชาสัมพันธ์งาน “พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9” ปี 2548 นี้จะออกมาอย่างไร ทางสวนหลวงจะนำ Idea ของติมไปปรับใช้หรือเปล่า? ก็ต้องติดตามดูกัน อย่างน้อยดอกไม้เล็ก ๆ จากสวนสุนันทาดอกนี้ก็บานและพร้อมออกไปเผชิญกับชีวิตการทำงานด้านนิเทศศิลป์แล้ว ติมกล่าวถึงการนำผลงานมาโชว์ต่อสาธารณชนว่า


Click to enlarge

“ได้ออกมาโชว์…ผมรู้สึกดีครับเพราะอย่างน้อย ฝีมือที่ผมทำออกมาทั้งเทอมนี่ มันมีทั้งความเหน็ดเหนื่อย ความยากลำบาก คิดเยอะ คิดตั้งหลาย ๆ แบบกว่าจะออกมา คือเราได้ทำให้คนอื่นรับรู้ถึงความเหน็ดเหนื่อย ความยากลำบากของเราด้วย ผลงานจะออกมายังไง ผมก็ภูมิใจกับมันครับ”

 

เวลา 4 ปีในรั้วสวนสุนันทาผ่านไปแล้ว ต่อไปนี้คือเวลาอีกหลายปีที่ติมต้องเบ่งบานในโลกแห่งการทำงานให้ได้ โดยมีช่วงเวลาแห่งความประทับใจสมัยเรียนเป็นพลังหล่อเลี้ยงให้เติบโตต่อไป ติมมองย้อนกลับไปถึงช่วงชีวิตวัยเรียนว่า “สื่งที่เขาได้รับมากที่สุด” คือ…

 

“ผมได้เรียนรู้พวกเทคนิคของโปรแกรมต่าง ๆ ได้รู้ว่าความขยันของผมอยู่ระดับไหน บางอย่างก็ไม่ได้จากการเรียนครับต้องไปค้นหาเพิ่มเติมเอง ผมว่าความจริงแล้วโปรแกรมต่าง ๆ มันใช้ง่าย ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ยังไง ถ้าใช้ประจำความชำนาญก็มากขึ้น ผลออกมาก็ดีกับตัวเราครับ”