ฟูมฟักต้นไม้ใหญ่ให้มีคุณภาพ

เรื่องและภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์

เอื้อเฟื้อข้อมูลและภาพประกอบโดย ศาสตราจารย์เดชา บุญค้ำ


Click to enlarge

“การปลูกต้นไม้” หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าเป็นแค่เพียงการนำเอาต้นไม้ลงดินเท่านั้น แต่ความจริงแล้วยังมีรายละเอียดมากกว่านั้น เพื่อให้ต้นไม้ที่เรา “นำลงดิน” แข็งแรง สวยงาม ให้ร่มเงารวมทั้งความร่มรื่น ชื่นใจยามมองเข้าไปในสวนของเราด้วย

 

“แต่ก่อนเคยเชื่อกันมาว่าหลุมปลูกยิ่งลึกยิ่งดี แต่ในความเป็นจริงแล้วรากไม้ที่ขยันหาอาหารจะอยู่แค่เพียงในระดับตื้น ๆ ประมาณ 15-40 เซนติเมตรเป็นส่วนใหญ่เท่านั้น โดยเฉพาะดินเหนียวด้วยแล้ว” ศาสตราจารย์เดชา บุญค้ำ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องภูมิทัศน์เมือง รวมทั้งวิชา “รุกขกรรม” ยกตัวอย่างแรกให้ฟัง

 

เห็นไหมว่าแค่ “ความลึก” ก็ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตต่อไปของต้นไม้แล้ว แต่จะเล็กแต่ลึกแบบพี่เต๋ากับน้องนัทหรือเปล่าอันนี้ต้องไปฟังศาสตราจารย์เดชาอธิบายขยายความกันต่อ “คือรากแก้วซึ่งเกิดจากการเพาะเมล็ดแทบจะหมดความจำเป็นแล้ว รากทางนอนกลายเป็นตัวช่วยยึดลำต้นมากกว่า หลุมที่กว้างจึงดีกว่าลึก”


Click to enlarge

แต่หลุมที่กว้างนั้นต้องยอมรับว่าบางครั้งมันสวนทางกับขนาดของพื้นที่ที่มีอยู่ การปฏิบัติจริงจึงอาจจะต้องอาศัยการดัดแปลงเพื่อให้เข้ากับขนาดของพื้นที่ด้วย อย่างไรก็ดีการปลูกต้นไม้จะงามหรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของหลุมเท่านั้น ดินที่ใช้ปลูกก็สำคัญไม่แพ้กัน

 

“ดินสำหรับใช้ปลูกต้นไม้ใหญ่ที่ดีที่สุดคือดินบนหรือ Top Soil ธรรมดาในบริเวณนั้นนั่นเอง” ศาสตราจารย์เดชาบรรยายต่อ “แต่ต้องยกเว้นบริเวณที่เป็นดินเลวนะครับ เช่นบริเวณที่เป็นทรายหรือหินล้วน ๆ ส่วนดินปลูกหรือ Soil Mix ที่เค้าขาย ๆ กันและมีราคาแพง ส่วนใหญ่กลับจะสร้างปัญหาให้ต้นไม้ซะมากกว่า”

 

เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็คือนอกจากจะเกิดการยุบตัวมากแล้ว ยังมีธาตุอาหารที่ไม่สมบูรณ์ด้วย แต่ถ้าหากใส่ปุ๋ยทันทีหลังจากปลูกก็จะเป็นการสูญเปล่าอีกเช่นกันเพราะระบบรากยังไม่เดิน ปุ๋ยจึงจะกลายเป็นตัวเร่งหญ้ารวมทั้งวัชพืชให้เติบโต สร้างศัตรูให้กับต้นไม้ที่ปลูกเสียเปล่า ๆ


Click to enlarge

วิธีแก้ไขหากต้องปลูกในพื้นที่แคบรวมทั้งผิวดินแข็ง ศาสตราจารย์เดชาแนะนำว่า “ตะแกรงเหล็กหรือคอนกรีตโปร่งสำหรับวางรอบโคนต้นจะมีความจำเป็นมาก ควรจะนำมาใช้เพื่อการนี้ด้วย” ทั้งนี้ก็เพื่อการเจริญเติบโตที่ดีที่สุดของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งนั่นเอง

 

ข้อควรจำอีกข้อหนึ่งที่ลืมไม่ได้หากต้องปลูกในพื้นดินหรือสนามก็คือขุดหลุมให้ตื้น ๆ ไว้แต่ให้กว้างจะดีกว่า แล้วก็ห้ามปูหญ้าถึงโคนต้นเด็ดขาดเพราะเจ้าหญ้านี่แหละมีนิสัยมุทะลุดุดันมาก ๆ ในการแย่งอาหารจากเพื่อน ๆ ต้นไม้ที่คุณปลูกจึงอาจจะไม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนก็ได้

 

“มันเป็นลักษณะนิสัยของวัชพืชอยู่แล้วครับที่สามารถแย่งอาหารในดินได้อย่างดุดันกว่าต้นกล้า ซึ่งจะทำให้ต้นกล้าที่เราปลูกรากเดินช้าไปด้วย จะให้ดีควรคลุมผิวดินรอบโคนต้นด้วยวัสดุคลุม เช่น ขุยมะพร้าว ฟางข้าว ฯลฯ เพื่อรักษาอุณหภูมิและความชื้นจะดีกว่า” ศาสตราจารย์เดชาว่า


Click to enlarge

หลังจากปลูกต้นกล้าของไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการค้ำยัน เพราะขนาดของต้นไม้ใหญ่ที่เหมาะสมจะมีขนาดระหว่าง 2.5-4.5 เมตร ซึ่งถือว่าใหญ่พอควรเลย หากโค่นล้มลงมาจะเกิดอตร.-อันตรายได้นั่นเอง การยึดควรทำให้แข็งแรงพอจะต้านแรงลมได้ แต่ไหวเอนพอให้ต้นไม้ได้พัฒนากล้ามเนื้อได้ด้วย

 

“การตรึงต้นไม้จนแน่นแบบมัดตราสังข์แล้วปล่อยทิ้งไว้นานนับปีจะเกิดแต่ผลเสียนะครับ เพราะพอถอดเครื่องค้ำจุนออกปุ๊บ ต้นไม้มักถูกโค่นเมื่อถูกพายุ ส่วนที่มันจะหักเป็นส่วนล่างที่กล้ามเนื้อลีบนั่นเอง นอกจากนี้ยังจะเกิดเป็นรอยแผลที่ลำต้นบริเวณบริเวณที่โดนตรึงด้วย” ศาสตราจารย์เดชาว่า

 

สำหรับวัสดุที่เหมาะสมในการใช้ตรึงต้นไม้นั้นมีทั้งไม้ เคเบิล ไปจนถึงลวด แต่หากจะทำให้ถูกวิธีต้องมีห่วงสปริงที่ยืดขยายตามแรงลมได้ซึ่งมีราคาแพง บางครั้งจึงอาจจะไม่เหมาะนักหากงบประมาณไม่พอ จึงอาจจะเป็นการใช้แค่ไม้ตอกยึดเพื่อค้ำยันก็เพียงพอแล้ว โดยตอกไม้ยึดลำต้น 4 หัวเสาเป็น 2 ชั้น


Click to enlarge

“ชั้นนอกให้ห่างลำต้นด้านละ 10-15 เซนติเมตร ส่วนชั้นในหรือบนไม้ยึดชั้นนอกนั้นตอกให้ห่างลำต้นชั้นสัก 1-2 เซนติเมตร รองรับลำต้นด้วยเศษยางฟองน้ำ” ศาสตราจารย์เดชาแนะนำ “พอต้นไม้แสดงให้เห็นการเจริญแล้วจึงถอดเครื่องตรึงชั้นในออก ส่วนจะถอดออกได้ทั้งชุดเมื่อไหร่นั้นอยู่ที่ระบบรากและสภาพแวดล้อม”

 

ช่วงที่นำกล้าไม้ลงปลูกจนถึงช่วงโตเต็มวัย การ “ฝึก” ก็ยังมีความจำเป็นเพื่อให้ต้นไม้ที่ปลูกมีรูปร่างที่สวยงาม สุขภาพแข็งแรง สิ่งที่ต้องดูแลคือการตัดกิ่งกระโดง กิ่งง่ามมุมแคบ แต่ถ้าต้องการให้ต้นไม้สูง จำไว้ว่า “อย่าไปตัดกิ่งยอด (Leader) เป็นอันขาด” หากเห็นว่าด้านบนมีสายไฟก็ให้ตัดกิ่งยอดเพื่อให้แตกด้านข้างแทน

 

“กิ่งที่ควรรักษาไว้คือกิ่งที่ทำมุมกว้างกับลำต้น โดยเฉพาะกิ่งที่สยายทางนอนได้สมดุล กิ่งมุมแหลมเป็นสาเหตุสำคัญอันหนึ่งของการหักโค่นแบบครึ่งซีกเมื่อถูกพายุจึงไม่ควรตัดเป็นอันขาด ส่วนใบนั้นไม่ควรตัดเพราะเป็นแหล่งปรุงอาหาร จะยกเว้นก็แค่ใบที่ถูกพุ่มใบส่วนบนบังตลอดเวลาครับ” ศาสตราจารย์เดชากล่าว




เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ต้นไม้ใหญ่ในเมือง
ต้นไม้หนุ่ม ต้นไม้แก่
ตัดแต่งกิ่งถูกวิธี ชีวีต้นไม้ยืนยาว